เลือดกับคำสาบาน
นางสั่งห้ามเขาผูกชีวิตกับนาง เขาทำอยู่ดีตอนนางหลับไม่ตื่น ตอนนี้ถ้านางตาย เขาตายด้วย และนางตื่นมาพร้อมความโกรธที่มีทางออกทางเดียว


เข็มไม่ดังตอนปัก
ดังตอนนางทรุด
เย่วฉานคุกเข่าลงบนหินเปียก กระบี่จันทร์หลุดจากมือ เส้นดำจากกลางหลังแตกขึ้นคอเหมือนรากคลานใต้กระเบื้องขาว ฝนเช้าชะเลือดจาง แต่เส้นนั้นไม่จาง มันกินผิว
"เย่วฉาน!"
ธีร์คว้าตัวนางก่อนหน้าผากชนหิน ร่างในอ้อมแขนเบาผิดกับคนที่ฟันประตูวังมารเมื่อคืน เย็นจนข้อมือเขาชาทันที
บนหินสูง มู่เยี่ยนไม่ลงมา
เขายิ้มบาง ฝนไม่ย้อมผิวซีดติด
"สามวัน" เสียงลอยมากับลม "ข้าไม่ต้องวิ่งตามศพที่ยังเดินได้ ศิษย์น้อง พาท่อของข้ากลับไปเถอะ ถ้ามันยังอยากมีลมหายใจ"
ยามมารโผล่จากปากวังด้านล่าง เกราะดำเปียก โซ่ลากหินดังกราว
ธีร์สบตาชายบนหินครั้งเดียว
"ผมไม่ใช่ท่อคุณ"
"ปากดียังอยู่" มู่เยี่ยนพลิกเข็มเส้นที่สองระหว่างนิ้ว "วิ่งเถอะ ข้าอยากดูว่าขาเปล่าไปได้ไกลแค่ไหน"
เย่วฉานขยับปาก เสียงขาด
"ถอย..."
"ไม่ถอย" ธีร์ก้มรับกระบี่ของนาง มือหนึ่งสอดใต้เข่า "คุณขึ้นหลังผม แล้วห้ามหาย"
เข็มเส้นที่สองดีดมาก่อนคำจะจบ
ธีร์ไม่หันรับ เขาดำดิ่งลงสันผาด้านที่ฝนลื่นที่สุด ไม่มีเบาะ ไม่มีคนรับด้านล่าง มีแต่ตะขอเหล็กที่ห่วงเข็มขัดหนัง
ตะขอเกี่ยวร่องหินดังกริ๊ก
ร่างสองคนเหวี่ยงออกจากวิถีเข็ม เส้นดำบนคอนางกระตุกหนึ่งที เหมือนพิษดีใจที่ได้เคลื่อน
ทางลงผาเลือดดำไม่มีสะพาน
มีแต่หินแดง เถาวัลย์เปียก และโซ่ที่ไม่ยอมห่าง
ธีร์แบกนางชิดหลัง ผ้าขาดที่ห่มไหล่นางปลิวจนเขาต้องกัดชายผ้าไว้ตอนมือไม่ว่าง กระบี่จันทร์เสียบข้างตะขอ ด้ามเย็นจนเนื้อชา
"อยู่กับผม" เขาพูดทุกครั้งที่ฝีเท้ากระแทก "ได้ยินไหม เย่วฉาน อย่าหลับตรงนี้"
นางไม่ตอบ ลมหายใจติดคอสั้น ๆ น้ำแข็งเกาะปลายขนตา ทั้งที่ฝนไม่เย็นขนาดนั้น
เขาไม่ถามซ้ำ ปราณเมื่อครู่เรียกความเย็นมาแล้ว นางบอกเองก่อนเข็มจะปัก
เมื่อโซ่เบียดปากเหว ธีร์เตะก้อนหินหลวมให้ถล่มใส่ทาง ไม่ใช่วิชา เป็นจังหวะคนที่เคยคำนวณการตก
เสียงเกราะหายไปใต้ดินแดง
เขากลับไม่ยิ้ม
เส้นดำลามจากคอเสื้อนางขึ้นอีกครึ่งนิ้ว
เขาเดินสี่คืน
ไม่ใช่เพราะทางไกลอย่างเดียว เพราะนางเป็นลมทุกครั้งที่เขาเร่ง และทุกครั้งที่เขาหยุดนาน ความเย็นจะกินข้อมือนางจนนิ้วไม่ขยับ
กลางวันเขาหลบใต้โขด กลางคืนเขาประกบหลังนางกับอกตัวเองผ่านผ้าที่ยังพอมี ให้ความร้อนคนไร้รากทำงานเท่าที่ผ้าอนุญาต เขาไม่ถอดเสื้อนาง ไม่แตะเกินที่ต้องประคอง ไม่มีใครอยู่ให้ขอคำ และนางไม่มีคำให้ให้
ความร้อนนั้นชะลอเส้นดำได้ ไม่ได้หยุดมัน
"คุณสั่งไว้ว่าไม่ผูก" เขาพูดกับความมืดของคืนที่สอง "ผมยังไม่ทำ ผมแค่พากลับ"
เชือกแดงที่คอเขาเปียกฝน หยกจันทร์เสี้ยวเย็นติดหน้าอก ไม่เรือง
เช้าที่ห้าของทาง หมอกแยก
วังลอยของสำนักบัวจันทร์โผล่เหนือน้ำ ธีร์ไม่ได้ชะงักดูสะพานนาน เขามองแค่คอของนาง
เส้นดำถึงแล้ว
ไม่ใช่ไหล่ ไม่ใช่ไหปลาร้า มันปีนขึ้นใต้กรามซ้าย เป็นลายบาง ๆ สีหมึกบนผิวที่ขาวผิดปกติ
"วันที่หกสิบเอ็ด" เขากระซิบ "เส้นถึงคอเช้านี้เอง อย่าไปมากกว่านี้"
ยามบนสะพานแตกฮือ
มีคนตะโกนเรียกท่านจ้าวสำนัก มีคนชักกระบี่ใส่ชายชุดขาดที่แบกนางมา จนเห็นปิ่นเงินรูปจันทร์เสี้ยวปักผมเอว
หลันจูวิ่งออกจากระเบียง ถาดชาหลุดมือดังกราว ริบบิ้นเขียวหยกปลิว
"ท่าน... ธีร์!"
น้ำตาไหลก่อนคำจะครบ นางวิ่งมาประคองข้อศอกเย่วฉาน นิ้วแตะแล้วชักกลับ
"เย็นกว่าคืนนั้นอีก" เสียงหลันจูสั่น "เส้นนี้คืออะไร ทำไมมันถึงคอ"
"พิษมาร" ธีร์ว่า "ปนกับพิษหยิน เข็มดำของมู่เยี่ยน เขาบอกสามวัน"
"สามวัน..." หลันจูร้องออกมาดังกว่าที่สำนักเคยได้ยินจากปากนาง "ท่านจ้าวสำนัก!"
ตำหนักจันทร์ขาวเปิดด้วยมือหลันจู
ธีร์วางนางลงบนเตียงต่ำ ผ้าปูขาวเงินยุบรับร่าง เขาดึงผ้าเปียกที่ห่มทางออกเท่าที่จำเป็น แล้วคลุมด้วยผ้าแห้งที่หลันจูปาใส่ ไม่ได้ถอดชั้นในของนาง ไม่ได้มองเกินแผล
โคมกระดาษถูกเป่าดับ เพราะแสงมันแดงเกินไป หลันจูจุดเทียนสามเล่มที่หัวเตียง เปลวนิ่งผิดกับมือนางที่สั่น ธีร์คุกเข่าข้างเตียง
เขาจับมือเย็นของนางขึ้นทาบหน้าผากตัวเอง ปิดตาหนึ่งวินาที ผมสั้นเปียกติดขมับ แสงเทียนโดนรอยเล็กที่คาง แต่เขาไม่สนใจ
เส้นดำบนคอขาวของนางเต้นตามชีพจรช้า ๆ เหมือนหมึกยังไม่แห้ง
"อยู่ก่อน" เขากระซิบ "ผมขอยืมมือคุณตรงนี้ พอให้ผมรู้ว่าคุณยังอยู่"
ผู้อาวุโสสามคนเข้ามาโดยไม่เคาะ เสื้อคลุมขาว กลิ่นยาตามตัว คนหนึ่งวางนิ้วเหนือข้อมือนาง แล้วชักมือกลับราวกับโดนไหม้กลับด้าน
"พิษมารในเส้น" เสียงแก่แห้ง "พิษหยินในกระดูก สองสิ่งนี้ไม่ฆ่ากัน มันกินกันแล้วกินเจ้าของ"
"มียาไหม" ธีร์เงยหน้า
ผู้อาวุโสส่ายหัว
"ไม่มีสมุนไพรในหอไหนของสำนักนี้ จะทันในสามวัน เส้นถึงคอแล้ว ต่อไปมันจะหาหัวใจ อีกไม่เกินสามวันนี้ ถ้าไม่มีคู่"
"คู่?" หลันจูสะอื้น
"คู่ที่ผูกวิญญาณกัน" ผู้อาวุโสพูดช้า "แบ่งพิษได้ เพราะแบ่งชะตา พิษที่กินคนเดียวจนหมด จะถูกฉีกเป็นสองสาย ฝ่ายที่รับต้องมีชีวิตพอจะรับ และต้องผูกแล้วจริง ไม่ใช่แค่คำลอย ๆ"
ตาของชายแก่เหลือบมาที่ธีร์
"แต่ท่านจ้าวสำนักไม่มีคู่ ท่านตัดทางนั้นทิ้งเองมาพันปี และคนนอกอย่างเจ้า... เจ้าไม่มีแม้รากให้ผูก"
กำลังอ่านตัวอย่าง
ตอนนี้ยังปลดล็อกไม่เต็ม สามารถใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบไม่มีการตัดได้
ปลดล็อกตอนนี้
ใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบต่อเนื่อง ไม่มีการตัด
แชทกับตัวละคร
คุยตัวต่อตัวกับคนในนิยาย แล้วลองล้วงความลับที่เรื่องยังไม่ได้บอก




