ความทรงจำพันปี
พันปีก่อนมีคนรักนางจนกลายเป็นมาร นางจึงตัดความรักทิ้งทั้งหมด แต่ความรักที่นางโยนทิ้ง กลับเดินทางข้ามโลกไปรอในมือผู้ชายคนนี้


มือในฝ่ามือเย็นสนิทจนธีร์นึกว่ากำลังจับน้ำที่ค้างอยู่ในถ้วยนานเกินกว่าจะดื่ม ตลาดหลิวหยางไม่มีหลังคาให้แตก ศอกคนยังไหลผ่านช่องว่างที่ควันดำยุบไป และอกผ้าฝ้ายของเย่วฉานไม่ขยับตามจังหวะฝูงชน
"เย่วฉาน"
ชื่อนี้ไม่ควรลอยเกินศอกคน เขาเรียกต่ำ ริมฝีปากเกือบชนไรผมที่ขมับนาง
นางไม่ตอบ ตาเบิกค้างที่ที่ว่าง ปากเผยอ แต่ลมไม่กลับเข้าลำคอ ไหล่ที่เพิ่งยอมให้คนเบียดจัดจังหวะให้ กลับตรงและแข็ง
เขาอยากถามว่าชายคนนั้นคือใคร คำนั้นถึงแค่ฟัน ถนนนี้มีหูมากกว่าโคม และนางยังไม่หายใจทั่ว
"เดิน" เขาบอก "ชิดผม อย่าหยุดกลางทาง"
เขาดึงผ้าบางที่หลุดจากผมขึ้นคลุมขมับ ไม่แตะแก้มที่นิ้วซีดเพิ่งวาง แค่พานางเบี่ยงออกจากช่องที่คนเดินทะลุโดยไม่รู้ว่าหลบให้ใคร ศอกยังชน เสียงเกาลัดยังร้อง นางเดินตามแรงมือ ขาจำทาง ใจไม่จำ
เรือเล็กด้านอับลมรับทั้งคู่ตอนโคมเมืองเหลือเป็นหย่อม
เย่วฉานนั่งหัวเรือ ผ้าฝ้ายสีหม่นซับหมอก มือวางบนเข่า ไม่สอดนิ้วมาอีก ธีร์นั่งให้ห่างครึ่งช่วงไม้พาย พอจะเห็นว่าเย็นบนหลังมือนางไม่ใช่เย็นจากกระดูกที่เขาเคยไล่ด้วยความร้อน มันมาจากข้างนอก แล้วค้าง
เขาไม่จุดไฟแช็ก เปลวเล็ก ๆ จะบังคับให้นางต้องอธิบาย และคืนนี้เขาไม่ยื่นคำถามไปกับเปลว
"ถึงสำนักแล้วเข้าตำหนัก" เขาพูดกับน้ำ "ไม่แวะลาน ไม่ให้ใครเห็นผมแบบนี้"
นางพยักครั้งเดียว
เรือครูดท้องน้ำ ดอกบัวกลางทางเรืองเป็นจุด ๆ เขาไม่ชี้แสง ไม่เอ่ยชายชุดดำ เขาพาย และนับลมหายใจทุกครั้งที่อกผ้าฝ้ายขยับ ครั้งหนึ่งลมนั้นสะดุด เขากำพายแน่น จนนางกระซิบเสียงแหบ
"ข้ายังอยู่"
"รู้" เขาตอบ "พายต่อ"
ยามยังไม่เปลี่ยนตอนทั้งคู่ขึ้นสะพานหลังตำหนักจันทร์ขาว
กลอนด้านในถูกดึงลงทันทีที่ประตูไม้หุบ นางยืนในชุดเดินเมืองที่ยังไม่ถอด ผ้าบางหล่นลงบ่า ผมดำยาวไม่ได้ปักปิ่น ตาแห้ง ปากแน่น
"คืนนี้ข้านอน" นางพูด "เจ้ากลับห้องเจ้า"
"ได้" เขาว่า "ถ้ามืออุ่นขึ้น ค่อยเรียก"
นางไม่เรียก
รุ่งขึ้นเขาไปลานฝึกข้างน้ำก่อนศิษย์ตื่น ตามนัดที่จะสอนกระบี่ต่อ ลานว่าง กระบี่ไม้สองเล่มพิงเสา น้ำค้างจับด้าม เขาจับไว้ครู่หนึ่ง แล้ววางคืนที่เดิม ไม่เดินขึ้นไปเคาะด้วยคำว่าทำไม
กลางวันนั้นนางยังออกจากตำหนัก แต่ไม่ไปท้องพระโรง ตราประทับค้างที่ถาดหน้าประตู หลันจูเคาะสามสั้นหนึ่งยาว ธีร์ได้ยินจากระเบียงห้องตัวเอง กลอนไม่ขยับ ไม่มีเสียงนางตอบ
เขาขีดเส้นวันที่ยี่สิบเก้าและสามสิบที่เสาตอนเย็นสองวันนั้น ตำหนักยังไม่มีทีท่าว่าจะเปิด แค่นางไม่รับเรื่อง มือยังเย็นเวลาเขาแอบยืนให้ไหล่ชนไหล่ตอนส่งข้าว เขาเลี่ยงชื่อชายในตรอก เลี่ยงคำว่าควัน เลี่ยงแม้แต่คำว่าแก้ม
"กินอย่างน้อยคำ" เขาว่า
"ไม่หิว"
"งั้นผมวางไว้ เย็นแล้วก็ยังเป็นข้าว"
นางไม่แตะถ้วย เขาไม่ยื่นเหตุผลไปกับถ้วย
เช้าวันที่สามสิบเอ็ด นางเปิดประตูตำหนักจันทร์ขาวเอง
ชุดขาวเงินชั้นใน ไม่มีผ้าคลุมสำนัก ผมสยายถึงเอว เสียงเรียบเหมือนสั่งยาม
"เข้ามา"
เขาก้าวเข้า กลอนลงจากมือนาง หนักกว่าทุกคืนที่นางเคยเปิดเข้าห้องเขา
"ปิดตำหนัก" นางมองกลอน ไม่มองเขา "สามวัน ข้าไม่ออกว่าราชการ"
"แล้วศิษย์"
"ให้เคาะ" นางว่า "อย่าเปิด ให้ตราค้างนอกประตู"
"หลันจูล่ะ"
"นางก็เช่นกัน" เสียงไม่สูงขึ้น "สามวันนี้ไม่มีใครได้ยินเรื่องเมื่อคืนจากปากเจ้า"
ธีร์รับคำไว้ เขาไม่ได้ถามว่าเรื่องเมื่อคืนชื่ออะไร กลอนคืนนี้ไม่ใช่กลอนลับระหว่างสองคน มันคือกำแพง
วันแรกเขาอยู่ริมเตียงต่ำ ชาที่ถูกวางไว้นอกประตูเย็นก่อนเขาจะได้ดื่ม เพราะเขาไม่เปิดให้คนส่งเข้ามา นางไม่แตะถ้วย ศิษย์มาเรียนเรื่องตราสามครั้ง เสียงนอกไม้เรียกท่านจ้าวสำนัก แล้วแผ่วลงเมื่อไม่มีลมหายใจตอบจากด้านใน
"กิน" เขาว่าตอนข้าวเย็น "ไม่ต้องเล่า แค่กิน"
"ไม่หิว"
"งั้นผมกินให้ดู เผื่อท้องคุณอายตาม"
มุมปากนางไม่ขยับ เขาเลิกแซว และไม่เติมคำถามลงในช่องที่มุกตาย
วันที่สองนางนั่งหันหลังให้หน้าต่างกลมทั้งวัน ทะเลสาบข้างนอกเรืองไม่หยุด ธีร์ไม่เปิดม่านให้กว้าง เขานั่งพื้น เข่าห่างจากชายผ้าขาวหนึ่งคืบ ระยะที่เคยใช้ตอนดึกที่ลาน โดยไม่มีใครเอ่ยเหตุ
บ่ายวันนั้นน้ำแข็งเกาะปลายขนตานาง ทั้งที่เขานั่งอยู่ไม่ถึงช่วงแขน เขาเห็น เขาไม่เรียกมันว่าพิษ เขาขยับเข้าไปจนไหล่ชนไหล่ ความอุ่นจากตัวเขาไล่ขาวที่ขนตา จนนางหลับตาลงหนึ่งครั้ง แล้วยังไม่เล่า
ดึกวันนั้นนางเปิดปาก
"ธีร์"
"ครับ"
นางมองเขานาน แล้วปิดปาก
"ยังไม่ถึงเวลา"
"ผมอยู่" เขาว่า "ไม่ใช่เพราะคุณสั่งให้อยู่ เพราะคุณยังไม่ไล่"
นางหันมา ตาคู่นั้นไม่แห้งอีกต่อไป แต่คำยังไม่หลุด
วันที่สามของคำสั่ง ตราหน้าประตูสูงเป็นชั้น ไม่มีใครทุบกลอนซ้ำหลังเที่ยง ภายในตำหนักมีแต่โคมดวงเดียวกับเสียงน้ำกระทบเสาตลิ่ง ธีร์ไม่ได้กลับไปขีดเสาห้องข้าง เส้นค้างที่สามสิบ เขาเองนับเช้าในใจจนถึงสามสิบสาม โดยไม่พูดตัวเลขให้แสงโคมได้ยิน
ค่ำนั้นนางลุกจากเตียงไปนั่งที่วงหน้าต่างกลม
เข่าชันขึ้น ชายผ้าขาวเงินพับทับข้อเท้า แสงจากทะเลสาบบัวข้างนอกย้อมขอบแก้มเป็นเงินม่วง น้ำในดวงตาไม่ไหลทันที มันขังจนขนตาสั่น
ธีร์เดินไปนั่งข้าง ใกล้จนเข่าชนเข่า ฝ่ามือทาบลงบนมือนาง
นางไม่สะบัดออก
"เจ้าอยากรู้ตั้งแต่ตรอกนั้น" นางพูด
"อยาก" เขายอม "แต่ปากคุณยังไม่เปิด ผมก็ยังไม่ดึง"
ลมจากหน้าต่างพัดชายผมดำปัดข้อมือเขา นางมองน้ำ ไม่มองเขา เสียงที่หลุดออกไม่ใช่เสียงจ้าวสำนัก ไม่ใช่เสียงคนสั่ง มันสั้น ขาดเป็นช่วง เหมือนประโยคที่ถูกเก็บไว้พันปี แล้วคืนนี้มันรั่ว
กำลังอ่านตัวอย่าง
ตอนนี้ยังปลดล็อกไม่เต็ม สามารถใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบไม่มีการตัดได้
ปลดล็อกตอนนี้
ใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบต่อเนื่อง ไม่มีการตัด
แชทกับตัวละคร
คุยตัวต่อตัวกับคนในนิยาย แล้วลองล้วงความลับที่เรื่องยังไม่ได้บอก




