ถ้ำน้ำพุร้อนใต้ทะเลสาบ

คู่บำเพ็ญของนางเซียนพันปี

ตอน 5🔥 ร้อนแรงตัวอย่าง

ถ้ำน้ำพุร้อนใต้ทะเลสาบ

นางเซียนผู้ไม่เคยลงเขามาห้าร้อยปี ยอมปลอมตัวไปเดินตลาดกับเขา กินของกินข้างทาง หึงแม่ค้า... จนชายหน้าซีดในชุดดำเอื้อมมือแตะแก้มนางกลางฝูงชน

ยกนางด้วยมือเดียว
ภาพที่ 1/1

แสงแรกยังไม่กินขอบน้ำ มืออุ่นก็เขย่าไหล่ธีร์จนเขาผงะ

"ตื่น" เสียงเย่วฉานต่ำ "ยามจะเปลี่ยน ศิษย์ขึ้นสะพานเมื่อไร เราไม่มีคำอธิบาย"

เขาลืมตา ผ้าไหมเก่าเลื่อนจากอก ลมทะเลสาบเย็นกว่าความร้อนที่ยังติดผิวเธอ

"คุณไม่ได้นอนเลย"

"ข้าเฝ้าตามที่พูด" นางยื่นผ้าอีกผืน "สวม เดินให้เงาทับเงาข้า ห้ามส่งเสียง"

ธีร์ลุกแบบคนเคยถอดสายรัดกลางอากาศ ขาชา แต่ปากยังไม่ยอมแพ้

"ถ้าเจอยาม ผมจะบอกว่าหลับเดินตามอาจารย์"

"อย่า" นางมองเขาครั้งเดียว "คำนั้นปากเจ้าพูดแล้วไม่น่าเชื่อ"

ทั้งคู่ข้ามสะพานขณะหมอกยังหนา ดอกบัวเงินม่วงดับแสงลงตามน้ำ ไม่มีฝีเท้าสวนมา ระฆังยามกระทบครั้งเดียวไกลออกไป แล้วดับ

ประตูตำหนักจันทร์ขาวยังเปิดค้างอย่างที่เขาทิ้งไว้

"เข้าไป" นางว่า "ขีดวันของเจ้าให้ครบ แล้วออกมาที่ลานฝึกข้างน้ำ ก่อนศิษย์ตื่น"


เขาขีดเส้นที่สิบหกบนเสา แล้วออกไปเจอนางยืนบนพื้นไม้ริมสาบ ชุดซ้อมบางสีจาง แขนเสื้อพับสูง ข้อมือโล่ง ไม่มีน้ำแข็ง

"นั่ง" เย่วฉานชี้ที่พื้น "หลับตา หายใจตามข้า สามจังหวะเข้า หนึ่งจังหวะค้าง หกจังหวะออก"

ธีร์ทำตาม นกเพิ่งส่งเสียงแรก

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ลืมตา

"มีอะไรควรขยับในท้องไหมครับ"

"ปราณ" นางตอบ "มันจะไหลเป็นวง ถ้ามีรากให้ยึด"

"รอบเมื่อกี้ผมได้ยินแต่ท้องร้อง"

นางไม่ยิ้ม แต่มุมปากคลาย

"อีกครั้ง"

เขานั่งใหม่ หายใจจนหัวหมุน ไม่มีแสง ไม่มีวง ไม่มีอะไรวิ่งในเส้นชีพจร นอกจากเลือดธรรมดาของคนกรุงเทพฯ

เย่วฉานยื่นสองนิ้วแตะข้อมือเขา นิ่งนาน

"ว่าง" นางพูดสั้น "ไม่มีแม้ร่องให้ปราณแวะ"

"สอบตกวิชาคุณตั้งแต่ข้อเขียน"

"ไม่ใช่ข้อเขียน" นางปล่อยข้อมือ "ลุกขึ้น หยิบกระบี่ไม้"

กระบี่ฝึกสองเล่มพิงราว เขาชั่งน้ำหนักในมือ แล้วหัวเราะหอบ

"อันนี้ผมถนัดกว่านั่งหลับตา"

"ดู" นางยกกระบี่ช้า ๆ "ข้อมือนำ ไหล่ตาม อย่าฟันด้วยทั้งแขน"

ท่าแรกผ่านหน้าเขาครั้งเดียว

ธีร์ยกตาม เท้าเยื้อง จังหวะเดียวกับนาง ความจำของสตันต์แมนจับมุมได้ก่อนคำอธิบายจะจบ

นางหยุด

"เจ้าจำได้ในครั้งเดียว"

"งานผมคือจำท่า แล้วทำซ้ำจนคนดูเชื่อ" เขากวาดอีกที คมไม้ผ่าลมเบา ๆ "รอบนี้ไม่มีสลิงขาดด้วย"

นางสอนท่าสอง ท่าสาม เขาพลาดครั้งแรกแค่ครึ่งจังหวะ ครั้งที่สองคมตรง ครั้งที่สามนางต้องถอยหนึ่งก้าวเพราะเขาบุเข้าใกล้เกินที่นางคิด

"พอ" เย่วฉานปักกระบี่ไม้ลงพื้น เสียงไม่เย็น "ร้อยปีที่ข้าสอนศิษย์ ไม่มีใครกินท่าเร็วเท่านี้ โดยไม่มีปราณช่วยจำ"

"งั้นแลกกัน" ธีร์ยิ้ม "ที่โลกผม คนไม่มีปราณยกของหนักแทน"

"ของหนัก?"

"คนก็ได้" เขาเคาะเข็มขัดหนังที่ยังรัดเอว หัวโลหะด้าน ๆ จากกองถ่าย "ถ้ายกตรงนี้ น้ำหนักทั้งตัวจะขึ้น มือเดียวพอไหม"

นางมองเขาอย่างคนถูกท้าโดยไม่รู้ตัว

"ยืนนิ่ง" เช้ากินขอบลานแล้ว ดอกบัวรอบแท่นยังไม่สว่างเต็มที่

เย่วฉานก้าวเข้ามา มือซ้ายคว้าเข็มขัดเขาไว้ตรงหน้าท้อง นิ้วไม่เกร็งเกินจำเป็น

แล้วเขาก็ลอย

เท้าหลุดจากไม้พื้นทั้งสองข้าง กระบี่ไม้ยังกำในมือ โลกเอียงนิดหนึ่งก่อนจะนิ่ง เขาหัวเราะดังจนนกกระเจิง

"เดี๋ยว คุณยกคนทั้งตัวด้วยมือเดียวเหรอ"

"เบา" นางตอบหน้าเรียบ แต่แขนไม่สั่น "เบากว่าเกราะฝึกของศิษย์รุ่นสาม"

"ผมสูงกว่าคุณตั้งเกือบหัว"

"สูงไม่เกี่ยวกับน้ำหนักที่มือรับไหว" นางหมุนข้อมือเล็กน้อย ให้เขาหันมาหา นัยน์ตาเย็นมีประกายขำที่ยังไม่ยอมออกปาก "เจ้าบอกให้ยก ข้าก็ยก"

"ได้ ๆ วางได้" ธีร์หัวเราะไม่หยุด ขาเตะอากาศโดยไม่ตั้งใจ "สอบตกวิชาปราณของคุณ แต่คุณสอบผ่านวิชายกของผมแล้ว"

นางวางเขาลงช้า ๆ ไม่ให้เข่ากระแทก มือยังค้างที่เข็มขัดอึดใจหนึ่ง ก่อนจะปล่อย

"พรุ่งนี้ออกมาใหม่" นางว่า "ปราณไม่ต้องลองอีก กระบี่... ข้าจะสอนต่อ"

"คุณยิ้มอยู่นะ"

"ไม่ยิ้ม"

"มุมปากคุณขยับ"

เย่วฉานหันไปเก็บกระบี่ แสงเช้าโดนแก้มนาง พอให้เขาเห็นว่าคำเถียงนั้นไม่เย็นเท่าเมื่อคืนที่ยังมีกฎสามข้อ


คืนที่เจ็ดนับจากศาลา ทั้งคู่ปิดประตูตำหนักจนระฆังดับ

พิษไม่ได้ไต่ถึงหัวใจ ปลายนิ้วเธออุ่นอยู่แล้ว แต่นางยังเรียกเขา และเขายังไป โดยไม่ให้ใครบนสะพานเห็น

ไม่มีคำสาบานให้แตกซ้ำ มีแต่จังหวะที่ทั้งคู่รู้จักกันมากขึ้น และเรื่องที่ยังเดินต่อได้ในเช้าวันถัดไป

กำลังอ่านตัวอย่าง

ตอนนี้ยังปลดล็อกไม่เต็ม สามารถใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบไม่มีการตัดได้

ปลดล็อกตอนนี้

ใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบต่อเนื่อง ไม่มีการตัด

12 เครดิต

แชทกับตัวละคร

คุยตัวต่อตัวกับคนในนิยาย แล้วลองล้วงความลับที่เรื่องยังไม่ได้บอก