ห้องที่ปิดตาย
ห้องที่ใครก็ห้ามเข้ามีฝุ่นเกาะทุกอย่าง ยกเว้นลิ้นชักเดียว และสามีของเธอกำลังยืนอยู่ที่ประตู


ประโยคบนจอเมื่อคืนวันที่สิบห่ายังไม่ยอมดับ
แม้รถบริษัทจะแล่นออกจากหัวหินในเช้าวันที่ยี่สิบสี่ หัวหินกินเวลาเก้าวัน งานเปิดตัวต่อเนื่อง จนพิธีไม่ยอมจบในคืนที่ข้อความนั้นโผล่
"เธอเริ่มสงสัยแล้ว" คำนั้นวิ่งตามเส้นแบ่งถนน "คุณจะบอกความจริงกับเธอเมื่อไหร่"
ปรางนั่งชิดประตู ไหล่ไม่แตะไหล่คนข้างๆ
คืนนั้นเธอวางเครื่องคืนที่เดิม ก่อนลมหายใจของเขาจะเปลี่ยนจังหวะ แต่ความเย็นของจอยังติดฝ่ามือ
ภูริไม่ได้หันมา เขามองถนนมากกว่ามองเธอ
"ถึงบางกระเจ้าอีกไม่นาน"
"อืม"
"คุณตอบมาทั้งทางแค่นั้น"
"ฉันไม่มีคำอื่น"
มือเขายกขึ้นเล็กน้อยบนเบาะ ฝ่ามือคว่ำ เป็นทางเลือก ไม่ใช่คำสั่ง
ปรางมองมือนั้น แล้วมองออกนอกหน้าต่าง
เธอไม่รับ
นิ้วเขาหุบกลับช้าๆ ไม่มีเสียง
"ได้" ภูริพูด "ผมไม่ถาม"
ประโยคนั้นโกรธกว่าคำถาม
เขาจับได้ว่าเธอเย็น แล้วยังเลือกข้อห้า เหมือนความเย็นนี้เป็นเรื่องที่ทั้งคู่ไม่มีสิทธิ์ยื่นให้กัน
ในหัวเธอมีทนายปากแดง กับข้อความที่ไม่มีคำนำหน้า
ไม่ใช่เรื่องงานเปิดโรงแรม ไม่ใช่เรื่องห้องที่ถูกจองเหลือห้องเดียว
เป็นความจริงที่คนอื่นรู้ก่อนเธอ
"ถ้าง่วงก็นอน" เขาว่า เมื่อเธอไม่รับมือ "ถึงบ้านคุณแม่คงรอ"
ปรางทวนคำว่าคุณแม่ในคอ ไม่ส่งให้เขาได้ยินชัด
เขาได้ยินอยู่ดี
แต่เขาไม่แก้ และไม่เล่า
"เก้าคืน" เธอพูดกับกระจก "ข้อหนึ่งห้ามค้างที่อื่น สำนักงานจัดให้เหมือนไม่มีข้อนั้น"
"คุณเซ็นให้อยู่กับผม" เสียงเขาเรียบ "ไม่ได้เซ็นให้หนีกลางพิธี"
"ฉันไม่ได้หนี"
"คุณก็ไม่ได้เข้ามาใกล้"
แอร์รถเย็นที่ข้อศอก เบาะหนังอุ่นฝั่งเขา แต่เธอไม่ขยับไปรับ
"คุณรู้สึกได้" เธอว่า
"ตั้งแต่คุณไม่รับกาแฟที่ปั๊มแรก"
"แล้วยังไม่ถาม"
"ข้อห้า" เขาตอบ "คุณไม่ได้ยื่น ผมก็ไม่ยื่นมือเข้าไป"
ปรางหัวเราะในคอ เสียงไม่สวย
"เก่งจริง ที่ใช้สัญญาเป็นที่กำบัง"
เขาไม่เถียง
รถเลี้ยวเข้าบางกระเจ้า แสงแดดสายกระพริบเป็นชิ้นบนเข่าเธอ
เก้าวันที่หัวหินยุบเหลือประโยคเดียวบนจอ และระยะที่เขายอมให้เธอวางเอง
บ้านเทียรทองยืนขาวท่ามกลางแดดสาย กรวดดังกรอบใต้ยาง เสาทอดเงาตัดบันได
คุณนายวรรณไม่ลงมารอที่รถ เธอยืนบนขั้นสูง ชุดไหมสีทองอ่อน ผมเส้นเงินรวบต่ำ ไข่มุกนิ่งที่คอ กำไลหยกแตะข้อมือเมื่อเธอปรับชายผ้า
คนถือกุญแจบ้าน ไม่ต้องวิ่งรับใคร
ภูริเดินอ้อมมาเปิดประตู ฝ่ามือรอที่ขอบรถ ให้คนบนบันไดเห็นทั้งท่า
ปรางวางมือลงไป แล้วยิ้ม
ข้อสองไม่ได้ถามว่าปากอยากยิ้มหรือเปล่า
"ที่รัก ระวังขั้น" เสียงเขาดังพอให้บันไดได้ยิน นุ่มกว่าทุกคำในรถ
คำนั้นติดหูแปลก เหมือนเสื้อที่ตัดมาเพื่อให้คนอื่นมอง
เธอโน้มจูบแก้มเขา ช้า กลิ่นสบู่คืนหัวหินยังอยู่ที่ขากรรไกร แต่เธอไม่ขยับเข้าหาต้นคอ
"คิดถึงบ้านจังเลยค่ะ" ปรางสอดแขนเข้าข้อพับศอกเขา
คุณนายวรรณมองมือที่คล้องกัน แล้วมองหน้าปรางนานกว่ามารยาท
"กลับเร็วดี" เธอว่า "ฉันนึกว่าหัวหินจะกลืนคนเก่งกว่านี้"
"โรงแรมเปิดแล้วค่ะ" ยิ้มของปรางไม่ถึงตา "คุณภูริอยู่กับฉันตลอดที่นั่น"
"ดี" คุณนายเอียงคาง "คนรักกันเวลาออกจากบ้าน จะกลับมาติดกันกว่าเดิม หรือเริ่มนับระยะ"
นิ้วหัวแม่มือของภูริลูบหลังมือเธอหนึ่งครั้ง
สัมผัสถูก อุณหภูมิผิด
ฝ่ามือเธอแข็ง แขนที่สอดไม่กระชับ ปีกไหล่ไม่ยอมพิง
เขารู้ แล้วเขาไม่ถาม
"คุณแม่" ภูริเงยหน้า "แขกเปิดตัวพอใจ รายงานฉบับเต็มเย็นนี้ผมวางที่ห้องทำงาน"
"ฉันไม่ได้อยากได้รายงานบนบันได" เสียงคุณนายเรียบ "ฉันอยากรู้ว่าเมียคนนี้กลับมาแล้วยังเรียกที่นี่ว่าบ้าน หรือนับวันอยู่ให้ครบกำหนด"
ปรางหัวเราะสั้น ให้ฟังดูเขิน ไม่ให้ฟังดูโดนแทง
"บ้านค่ะ" เธอบีบแขนเขา "มีคุณภูริอยู่ตรงไหน ที่นั่นก็เป็น"
คำโกหกหวานจนลิ้นขม
คุณนายพยักหน้าครั้งเดียว แบบคนรับของแล้วเก็บไปตรวจทีหลัง
"เก้าวันไม่อยู่บ้าน คนในบ้านชอบเติมเรื่องลงในที่ว่าง" เธอว่า "เย็นนี้อยู่โต๊ะให้ครบ ถ้าสองคนไม่ยิ้มพร้อมกัน เดาจะดังกว่าความจริง"
ภูริจูบขมับเธอต่อหน้าบันได
เบา แม่น เหมาะกับข้อสองทุกประการ
ปรางหลับตาให้คนดู
ในความมืดสั้นๆ นั้นเธอไม่ได้รู้สึกปลอดภัย เธอรู้สึกว่าถูกจัดฉากเก่ง และตัวเองก็เล่นเป็น
บานโถงปิด เสียงไข่มุกกระทบกันแผ่วหนึ่งครั้ง แล้วหาย
มือเธอหลุดจากข้อศอกเขาทันที
ปีกตะวันออกกลิ่นไม้เก่ากับผ้าที่อบไว้ แสงหน้าต่างตกเป็นแท่งบนพรม
ภูริตามมาถึงหน้าห้อง แต่ไม่ก้าวข้ามวงกบ
"คุณทำได้ดี"
"ข้อสองไม่ได้ยาก ถ้ายิ้มให้คนที่ไม่ได้หลับกับเรา"
"ตรงบันไดคุณรับมือ" เขาพูดต่ำ "ในรถคุณไม่รับ ผมแยกได้"
"เก่งอีกแล้ว"
"ไม่ได้ชมตัวเอง กำลังบอกว่าผมรู้ว่าอันไหนเป็นการแสดง"
ปรางขบปาก
ถ้าเขารู้ขนาดนี้ ทำไมไม่ถามว่าทำไมต้องแสดงกับเขาด้วย ทั้งที่หัวหินเธอยังยอมให้เขาอยู่ข้างใน
"แล้วไง" เธอว่า "คุณจะถามไหม"
ความเงียบนานพอให้ฝุ่นในแสงขยับ
แสงเช้าทำให้แผลเป็นบางๆ ที่คิ้วซ้ายของเขาซีด ปรางชินรอยนั้นเกินกว่าจะเรียกเขาว่าคนแปลกหน้า แล้วก็โกรธความชิน
"ไม่" ภูริตอบ "ข้อห้า ผมเซ็นไว้ และคุณก็ไม่ได้ยื่นเรื่องนั้นมา"
"ดี"
คำนั้นออกมาแข็ง
"เย็นนี้ที่โต๊ะ" เขาพูด "นั่งข้างผม ยิ้มเมื่อคุณแม่มอง พอแค่นั้น"
"แล้วลับหลัง"
"ลับหลังคุณจะเย็นก็ได้ ผมไม่ทำเป็นอุ่น ถ้าคุณไม่ขอ"
เขาผลักประตูห้องให้นิดหนึ่ง แล้วไม่เข้า
"ผมไปเรือนรับรองสักชั่วโมง เอกสารเปิดโรงแรมยังไม่จบ"
"ไปสิ"
ฝีเท้าเขาหมดทางเดินโดยไม่มีคำขอโทษ
คนที่รู้ว่าเธอเย็น แล้วเดินจากไปโดยไม่ถาม คือคนที่อาจไม่มีอะไรจะชี้แจง หรือมีมากเกินกว่าจะพูดบนประตู
ทั้งสองอย่างทำให้เธอไม่อยากไว้ใจห้องที่เขาเดินผ่านทุกคืน
กำลังอ่านตัวอย่าง
ตอนนี้ยังปลดล็อกไม่เต็ม สามารถใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบไม่มีการตัดได้
ปลดล็อกตอนนี้
ใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบต่อเนื่อง ไม่มีการตัด
แชทกับตัวละคร
คุยตัวต่อตัวกับคนในนิยาย แล้วลองล้วงความลับที่เรื่องยังไม่ได้บอก





