ห้องเก้า
ห้องเก้า ชื่อพิมพ์ ประตูล็อกจากด้านนอก พวกเขามีเวลาจนถึงรุ่งเช้า ก่อนคนไข้ในห้องนี้จะหายไปอีกครั้ง


"คืนนี้"
คำนั้นกระแทกแรงกว่าฝนที่ยังไม่ยอมหยุดนอกระเบียง
ปรางอ่านข้อความบนจอภูริซ้ำ น้ำจากผมเธอยังหยดลงข้อมือเขา ผ้าขนหนูพันแน่น นิ้วนางว่าง
"ย้ายคืนนี้" เธอพูด "ไม่ใช่หลังประชุม ไม่ใช่ให้เราขึ้นเครื่องตอนฟ้าสวย"
ภูริไม่หลบตา ตาแดงกว่าเมื่อกี้
"ตั๋วเช้าทิ้งได้" เขาบอก "ผมเปลี่ยนเที่ยวที่ออกวันนี้"
"สนามปิดก็ขับรถ" ปรางสบตา "ฉันไม่เซ็นใบรอ"
"คุณยังโกรธผม" เสียงเขาเรียบ "ผมไม่ขอให้เลิก ผมขอให้ไปด้วยกัน"
"ฉันไปเพราะห้องเก้า" เธอตอบ "ไม่ใช่เพราะคุณพูดเพราะ"
"พอ" เขารับ "ข้อหกผมไม่ถาม"
เธอหันไปเก็บของ โดยไม่เดินผ่านโต๊ะข้างเตียงช้ากว่าที่จำเป็น
แหวนยังทับต่างหูเงินของพี่ เธอไม่เก็บ ตั้งใจให้มันว่างต่อ
บัตรกับเศษกระดาษกลับเข้าซอกเสื้อตัวใน เสื้อคลุมเปียกถูกทิ้ง กางเกงเข้ม เสื้อยืดเรียบ ที่ไม่ใช่ชุดคนไปอวดงาน
ภูริคาดผ้าอยู่ครู่เดียว แล้วเป็นเชิ้ตกับกางเกงแห้ง เขาคลำกระเป๋าด้านใน ไม่ยื่นกระดาษเช็ดปากให้ดู แค่สอดกลับเข้าที่ หมึกคำว่าไม่โกหกกันเธอไม่ได้ขอให้โชว์
"ประตูหลัง" เธอบอก
"ประตูหลัง" เขารับ
ครัวว่าง ป้าสายไม่อยู่ที่อ่าง
ปรางชะงักแค่ก้าวเดียว ความว่างนั้นไม่ช่วยพี่
รถคันเล็กออกจากรั้วหลังตอนฝนบางลง บ้านเทียรทองหดในกระจกหลัง โดยไม่มีใครยิ้มส่งตามข้อสอง
ที่สนาม เที่ยวเย็นยังมีสองที่นั่ง ชื่อบนจอไม่มีคำว่าสามีภรรยา
ปราง ศรีวรรณ
ภูริ วงศ์เทียร
เธอไม่ทัก เขาไม่เติม
เครื่องลอยพ้นเมฆฝนตอนเธอกำมือถือไว้แน่น ภาพสัญญาเช่าห้องเก้ายังเปิดค้าง ที่อยู่ อำเภอดอยสะเก็ด วันที่สิบห้ากันยายน ชื่อผู้ป่วยที่ถูกพิมพ์ว่าพิมพ์
"วันถัดจากคืนที่พี่โทร" เธอกระซิบ
"วันถัดจากลิ้นชักว่าง" เขาตอบเบา ไม่ได้แย่งจอ
ช่วงที่ไฟคาดเข็มขัดดับ ภูริโทรออก เปิดลำโพงโดยไม่ขออนุญาต เธอไม่ทักว่าได้ยิน
"เอกครับ" เขาพูด "ผมภูริ เรื่องที่ฝากไว้ปีที่แล้ว มันขยับคืนนี้"
เสียงฝั่งนั้นต่ำ มีพัดลมเก่าปน
"ดอยสะเก็ดเหรอ" สารวัตรเอกไม่ทักทายยาว "ผมเดาตั้งแต่คุณส่งชื่อมูลนิธิมา"
"คนไข้ห้องเก้าจะถูกย้ายคืนก่อนเราถึง ถ้าหมายค้นออกตอนนี้—"
"ออกไม่ได้" เอกตัด "ผู้พิพากษาคนที่เซ็นให้ผมไม่อยู่เวร เอกสารจากกรุงเทพยังไม่ครบชุด รุ่งเช้าผมยกทีมขึ้นได้ ของที่เจอก่อนหมาย ชั้นไม่รับ และคนสั่งย้ายจะรู้ว่าคุณมา ก่อนคุณเปิดประตูทัน"
ปรางกำที่วางแขนจนเล็บจิก
"รอถึงเช้า" เธอกระซิบ ไม่ใช่ถามเอก "พี่จะไม่อยู่ในห้องนั้นแล้ว"
ภูริมองเธอครั้งเดียว
"สารวัตร" เขาพูดใส่เครื่อง "รุ่งเช้าเชิญขึ้นมา ตอนนี้ผมยังไม่ขอกำลัง"
"อย่าทำคนเดียว"
"ไม่ได้คนเดียว"
เขาวางสาย เครื่องบินสั่นเล็กน้อยตอนตัดเมฆ
"คุณไว้ใจเขาคนเดียว" ปรางพูด
"คนอื่นในบ้านนี้ซื้อได้" ภูริตอบ "เอกไม่ขายหมาย และไม่ขายชื่อ"
"งั้นเราก็ไม่รอของที่เขาให้ไม่ได้"
"ผมไม่เห็นด้วยกับประตูที่ไม่มีหมาย" เขาพูดช้า "ผมแค่ยอม เพราะคุณจะเดินเข้าอยู่แล้ว"
ปากเธอเกือบยิ้ม แล้วไม่ยิ้ม
"ข้อเดียว" เธอบอก "อย่าโกหกฉันว่าเรายังทัน ถ้าไม่ทัน"
"ไม่โกหก" เขาสบตา "ทันหรือไม่ ผมไม่รู้ ผมรู้แค่ว่าไม่กลับ"
เชียงใหม่รับพวกเขาด้วยอากาศที่บางกว่ากรุงเทพ
รถเช่าคันเล็กไม่มีคนขับบริษัท ไม่มีโลโก้วงศ์เทียร พวกเขาไม่แวะกาแฟ ไม่แวะที่พัก แผนที่ในมือถือปรางกินทางขึ้นดอยเป็นเส้นคด
สนเริ่มทึบ หมอกติดกระจก ไร่ชาเป็นขั้นบันไดสีคล้ำในแสงที่กำลังหมด
ภูริจอดก่อนถึงป้าย โดยไม่ให้รถเช่าโผล่ตรงประตู
"ฟังก่อน" เขาพูด "ผมเดินหน้า บอกว่าเป็นคนบริจาค จะเพิ่มเงิน ถ้าพวกเขาเลี้ยงดูคนไข้ได้จริง ขอพบผู้อำนวยการ ขอดูสมุด อย่าให้ใครว่างพอจะเดินตามคุณ"
"ฉันเป็นญาติคนไข้" ปรางตอบ "ไม่ใช่ห้องเก้า ห้องที่ป้ายหน้าบ้านเขียนไว้ให้คนมาเยี่ยม ผมรวบ ไม่ใส่ทอง ไม่ยิ้มแบบข้อสอง"
"ถ้าเขาถามชื่อ—"
"ฉันมีชื่อจากบอร์ด ถ้าไม่มีบอร์ด ฉันก็ไม่เข้า" เธอมองเขา "ฉันไม่ได้มาตายฟรี"
เขานิ่งครู่ แล้วพยักหน้า
"สิบนาที" เขาบอก "ถ้าผมไม่กลบเสียงพวกนั้นได้ คุณออก อย่ารอผม"
"อย่าสั่งเหมือนข้อหนึ่ง" เธอเปิดประตู "คืนนี้ฉันไม่ใช่คนถูกขัง"
บ้านพักฟื้นโผล่จากหมอกตอนแสงเหลือบฟ้าเกือบหมด
กำลังอ่านตัวอย่าง
ตอนนี้ยังปลดล็อกไม่เต็ม สามารถใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบไม่มีการตัดได้
ปลดล็อกตอนนี้
ใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบต่อเนื่อง ไม่มีการตัด
แชทกับตัวละคร
คุยตัวต่อตัวกับคนในนิยาย แล้วลองล้วงความลับที่เรื่องยังไม่ได้บอก





