หุ้นส่วนในความลับ
สัญญาฉบับใหม่ไม่มีเจ็ดข้อ มีข้อเดียว: หาปริมให้เจอ แต่แผนนี้ต้องให้ปรางไปยั่วผู้ชายอีกคน


แสงทางเดินดวงเดียวค้างอยู่ที่ขอบไหล่เขา ประตูไม่ปิด ลูกบิดยังอยู่ในกำมือ และประโยคนั้นยังไม่ยอมจบในอากาศ
ปรางลืมหายใจไปครึ่งจังหวะ
"โทรหาคุณ"
เสียงเธอไม่ดัง แต่ห้องได้ยินหมด ผ้าคลุมรัดอกสั่นตามคำ เท้าเปล่าแตะพื้นที่เย็นกว่าเมื่อครู่ เนคไทกองบนเตียงไม่มีใครเก็บ
ภูริไม่ก้าวออกไปในแสงนั้น หลังยังหันให้เธอครึ่งหนึ่ง ศีรษะก้มเหมือนคำที่หลุดไปแล้วยังหาทางกลับปากไม่ได้
"คุณได้ยินแล้ว"
"ฉันได้ยินประโยค" เธอลุก ผ้าคลุมตามมาถึงเข่า "ฉันยังไม่ได้ยินคืนนั้น"
"กลับไปบนเตียง"
"ไม่" คางเธอไม่ตก "คุณเปิดประตูค้างไว้เอง แล้วทิ้งชื่อพี่ไว้ตรงวงกบ อย่ามาสั่งให้ฉันทำเป็นไม่ได้ยิน"
เขาไม่ปิดประตู ไม่ก้าวออก มือบนลูกบิดแน่นจนข้อขาว แสงทางเดินตัดไหล่เขาเป็นสองส่วน คนที่ยังอยู่ในห้อง กับคนที่เกือบพ้นบ้านนี้ไปแล้ว
"ในบ้านนี้พูดไม่จบ" เขาว่าช้า "ผนังเก่า จำคำเก่งกว่าคน"
"งั้นคุณจะยืนครึ่งตัวอยู่อย่างนี้จนเช้า"
"ถ้าคุณไม่ยอมออกจากบ้าน ผมจะไม่พูดเรื่องปริมตรงนี้"
ปรางเดินเข้าไปใกล้ แต่ไม่แตะ กลิ่นเขาติดคอเธออยู่ รอยแดงจางที่คอเธอยังไม่หาย และเธอไม่สน
"ฉันไม่เซ็นใบออก" เธอพูดทีละคำ "สัญญาเก้าสิบวันยังอยู่ คุณจะฉีกฝั่งคุณก็ฉีก ฉันไม่เดินตามคุณวรรณ คุณจะเล่าคืนนั้น หรือจะกลืนมันทิ้งที่ลูกบิดนี่"
เขานิ่งนานพอให้บ้านส่งเสียงในผนัง แล้วดับ
"แต่งตัว" เสียงต่ำ "เราออกไป แล้วกลับก่อนบ้านตื่น ข้อหนึ่งยังไม่ให้ค้างคืนที่อื่น"
"คุณพาฉันออกไปเพื่อเล่า หรือเพื่อให้ฉันขึ้นรถแล้วไม่กลับ"
คราวนี้เขาหันมา
ตาเย็นยังอยู่ แต่ไม่ใช่ตาของคนที่กำลังไล่ เสื้อเชิ้ตกระดุมไม่ติดหมด คอเปิด เขาไม่ได้หยิบเนคไท
"เพื่อเล่า" เขาว่า "ถ้าคุณยังยืนในบ้านนี้พรุ่งนี้ คุณต้องรู้ว่ากำลังยืนทับอะไร"
เธอไม่เถียงต่อ คว้าชุดจากตู้ ไม่ใช่ชุดเบอร์กันดีที่ยังพาดอยู่ข้างกรอบคว่ำ เธอไม่มองกรอบนั้น ผ้าไหมงาช้างชุดแรกที่มือเจอ รองเท้าคู่บาง ต่างหูห่วงยังอยู่ที่ใบหู บัตรแข็งในซอกเสื้อตัวในถูกกดให้อยู่กับที่ก่อนผ้าคลุมจะหลุดลงพื้น
เขาไม่ถามว่าเธอกำอะไร
ปีกตะวันออกเงียบกว่างานเลี้ยงที่เพิ่งตายไป เขาเดินนำ ไม่เปิดไฟเพิ่ม ประตูข้างออกสู่ถนนเล็กหลังแนวหญ้า รถคันเล็กที่ไม่มีคนขับบริษัทติดมาด้วย ค่อยออกจากบ้านเทียรทองโดยไม่ให้กรวดดัง
ปรางนั่งฝั่งประตู มือกุมชายเสื้อ ไม่ยอมเริ่มบทสนทนาในรถ
เขาไม่เล่าในรถ
ร้านก๋วยเตี๋ยวริมทาง ไม่มีป้ายไฟ ไม่มีคนรู้จัก หลอดทังสเตนดวงเดียวห้อยเหนือโต๊ะเล็ก เจ้าของร้านเช็ดชามอยู่หลังเตา ไม่เงยหน้าเมื่อประตูมุ้งลวดดัง
พวกเขาเลือกโต๊ะมุม เข่าเกือบชิดเพราะที่นั่งแคบ ชามสองใบร้อนจนฝ้าลอย ปรางไม่กิน ภูริก็ไม่กิน
"เล่า" เธอว่า
ภูริมองปากทางมืดนอกมุ้ง แล้วมองเธอ
"คืนที่เธอหาย โทรศัพท์เข้ามาหลังสองยาม เบอร์ที่ผมไม่เซฟ แต่เสียงนั้นผมรู้จัก ปริมร้องไห้จนพูดไม่สุดประโยค เธอบอกว่าเจอเรื่องใหญ่ในบริษัท ใหญ่กว่าคนคนเดียว จะส่งเอกสารให้พรุ่งนี้ แล้วบอกว่าคืนนั้นอย่าโทรกลับ"
"คุณไม่โทรกลับ"
"ผมเชื่อคำเธอ" เขาไม่แก้ตัวให้เสียงนุ่ม "วันรุ่งขึ้นไม่มีซอง ไม่มีเมล ไม่มีคน เบอร์ดับตอนเที่ยง ต่อมาตำรวจบอกว่าเธอเดินทางออกไปเอง ผมไม่เชื่อตั้งแต่วันนั้น"
น้ำซุปในชามเธอเย็นลงโดยไม่มีใครแตะ
"ตลอดปี" เสียงปรางแหบ "คุณรู้ว่าพี่ไม่ได้หนี แล้วคุณให้ฉันเซ็นเจ็ดข้อ"
"ผมสืบ" เขาพูดเรียบ "ตู้เอกสาร รายชื่อคนที่เคยเข้าห้องคุณปู่ บันทึกที่ตำรวจไม่ยอมเปิดซ้ำ ทุกครั้งที่ผมเข้าใกล้ คุณวรรณกันไว้ก่อน คนถูกย้าย แฟ้มถูกเปลี่ยนที่ รหัสถูกตัด ประตูที่เคยเปิดให้ทายาท กลายเป็นประตูที่ต้องมีคนถือกุญแจเดินนำ"
"คุณวรรณ"
"ใช่ คุณวรรณ" เขาไม่เรียกคำอื่น "ผมเป็นทายาทบนกระดาษ แต่ในบ้านนั้น ผมเปิดไม่ได้ทุกบานที่เธอสั่งปิด ปริมบอกว่าจะส่งเอกสารพรุ่งนี้ เอกสารนั้นไม่เคยถึงมือผม และคนที่กันทางไว้ ไม่ได้กันแค่ผม"
ปรางกำช้อนจนนิ้วขาว แล้ววางลงเพราะไม่อยากให้มันสั่นให้เขาเห็น
"พี่พูดอะไรอีก"
"บอกว่าอย่าให้ใครในบ้านรู้ว่าเธอโทร บอกว่าพรุ่งนี้ แล้วสายตัดเอง ไม่ใช่ผมวาง" เขาหยุดหนึ่งจังหวะ "หลังจากนั้นไม่มีพรุ่งนี้ของเธอให้ผมตาม"
"ทำไมพี่ถึงโทรหาคุณ"
คำถามนั้นตกบนโต๊ะแคบๆ ดังกว่าชาม
ภูริสบตาเธอ ปากเปิด แล้วหุบ
"เธอเป็นเลขาคุณปู่ โทรถึงผมได้โดยไม่ผ่านโต๊ะอื่น" เขาว่าช้า "แค่นั้นที่ผมวางลงตรงนี้ได้คืนนี้"
"แค่นั้นไม่ใช่ทั้งหมด"
"รู้" เขาไม่เถียง "แต่คืนนี้ถ้าผมพูดเกินกว่านั้น คุณจะได้คำที่ยังไม่ครบ และคำไม่ครบในบ้านหลังนั้น อันตรายกว่าคำที่ยังไม่พูด"
ปรางหัวเราะสั้น ไม่มีเสียงขำ
กำลังอ่านตัวอย่าง
ตอนนี้ยังปลดล็อกไม่เต็ม สามารถใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบไม่มีการตัดได้
ปลดล็อกตอนนี้
ใช้ credits เพื่ออ่านตอนเต็มแบบต่อเนื่อง ไม่มีการตัด
แชทกับตัวละคร
คุยตัวต่อตัวกับคนในนิยาย แล้วลองล้วงความลับที่เรื่องยังไม่ได้บอก





