กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ลินถูกเรียกขึ้นห้อง 708 กลางดึก และพบว่าภาพในข่าวอาจไม่จริงอย่างที่เห็น
เสียงนาฬิกาดิจิตอลบนผนังห้องทำงานเปลี่ยนจาก 00:59 เป็น 01:00 พร้อมกับแสงสีแดงจางๆ ที่เหมือนจะเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจของลินเอง เสียงกระดิ่งโทรศัพท์มือถือที่ตั้งไว้บนโหมดเงียบแต่เปิดการสั่นไว้เต็มกำลังก็ดังขึ้นพร้อมกันราวกับจงใจ เธอสะดุ้งเล็กน้อย นิ้วมือที่กำลังพิมพ์รายงานสรุปเหตุการณ์น้ำท่วมในห้องประชุมบอลรูมเมื่อบ่ายยังกดแป้นผิดไปสองสามตัว
หน้าจอแสดงชื่อ “ภพ รักษาการณ์” พร้อมรูปโปรไฟล์ที่เป็นภาพทางการของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ ใบหน้าที่เฉียบขาดแต่แววตามีอะไรบางอย่างที่ลินมักบอกตัวเองว่าเป็น “ความอ่อนไหวที่พยายามซ่อนไว้” เสียงกระดิ่งสั่นต่อไปอย่างไม่ลดละ ดังก้องอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัดเกินไป ห้องนี้อยู่หลังสำนักงานจัดการชั้นล็อบบี้ กระจกบานใหญ่มองเห็นได้เพียงกำแพงสีเบจของโซ่บริการหลังบ้าน แสงไฟนีออนสีขาวเย็นตัดกับแสงโทนอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะทรงคลาสสิกที่เธอชอบ
“สวัสดีค่ะ คุณภพ” ลินรับสาย พยายามให้เสียงฟังเรียบเนียนเป็นมืออาชีพที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลาตีหนึ่ง
“ลิน ขึ้นมาห้อง 708 ตอนนี้” เสียงของภพตึงเครียดและแหบผิดปกติ ไร้ซึ่งน้ำเสียงเรียบเฉยที่เธอคุ้นเคย มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่พูดออกมา – ความเร่งด่วนที่เกือบจะเป็นความตื่นตระหนก แต่ถูกบังคับให้อยู่ในกรอบของคำสั่ง
“มีเหตุฉุกเฉินอะไรเกิดขึ้นคะ” เธอถามในขณะที่มืออีกข้างกดปุ่ม唤醒 คอมพิวเตอร์เพื่อเรียกดูสถานะห้อง 708 บนระบบจัดการห้องพัก ห้องพักซูพีเรียร์สวีท ชั้นสูงสุดของโรงแรม ‘ราชาวดี แกรนด์’ ภาพบนหน้าจอแสดงสถานะสีเขียว: ‘ผู้เข้าพักอยู่’ ไม่มีคำขอบริการ ไม่มีการแจ้งเหตุขัดข้องใดๆ
“อย่าถาม แค่ขึ้นมาเลย ตอนนี้” เสียงของเขาห้วนสั้น แล้วก็ตัดสายไป
เสียง嘟嘟ในหูฟังดังเหมือนคำเตือน ลินนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สายตาจับจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ สถานะสีเขียวนั้นดูปกติธรรมดาจนน่าสงสัย เธอเป็นผู้จัดการกะดึกมาสามปีแล้ว เธอได้ยินทุกอย่าง ตั้งแต่แขกเมาแล้วล็อกตัวเองไว้ในห้องน้ำ ไปจนถึงความรักที่ไม่ควรเกิดขึ้นระหว่างบุคคลที่มีสถานะไม่เหมาะสมในห้องประชุม แต่เสียงของภพในคืนนี้...มันต่างออกไป
เธอลุกขึ้น ยกมือลูบใบหน้าเบาๆ ความเหนื่อยจากกะทำงานสิบสองชั่วโมงเริ่มส่งสัญญาณ แต่สมองกลับตื่นตัวเต็มที่ เสื้อเบลเซอร์สีกรมท่าของชุดทำงานถูกดึงให้ตึง กระโปรงทรงตรงยาวถึงใต้เข่าถูกดัดให้เรียบร้อยอีกครั้ง เธอหยิบวิทยุสื่อสารรุ่นกะทัดรัดคล้องไว้ที่เข็มขัด พร้อมกับโทรศัพท์มือถือและ master key card ที่สามารถเปิดได้ทุกห้องในโรงแรม ยกเว้นเพียงไม่กี่แห่งที่ต้องได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ
ทางเดินหลังบ้านเงียบกริบ มีเพียงเสียง hum ต่ำๆ ของเครื่องปรับอากาศและแสงไฟส่องทางฉุกเฉินสีเขียวที่ยาวเหยียดไปจนสุดทางเดิน ประตูลิฟต์บริการสีสตีลเปิดออก เธอก้าวเข้าไป กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดผสมกับกลิ่นไม้หอมอ่อนๆ ในลิฟต์ทำให้รู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ตัวเลขบนหน้าจอเปลี่ยนจาก B1 ไปสู่ 7 อย่างช้าๆ ในลิฟต์นี้ เธอมีเวลาเพียงไม่กี่สิบวินาทีที่จะคิด
ภพ รักษาการณ์ ทายาทตระกูลเจ้าของโรงแรม ‘ราชาวดี แกรนด์’ และโรงแรมอีกห้าแห่งในเครือ อายุเพียงยี่สิบแปด แต่ถูกวางตัวให้รับผิดชอบดูแลธุรกิจทั้งหมดชั่วคราวหลังจากพ่อของเขา คุณประวิตร รักษาการณ์ หัวหน้าตระกูล ล้มป่วยกะทันหัน ภพเป็นคนละเอียดรอบคอบ เฉียบขาด และ...เหงา นั่นคือสิ่งที่ลินสังเกตเห็นในสองปีที่ทำงานภายใต้การบริหารของเขา เขาไม่เคยโทรหาเธอแบบนี้มาก่อน ไม่เคย โดยเฉพาะในเวลาตีหนึ่ง
ติ๊ง
ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 7 ทางเดินพรมสีแดงเลือดหมูหนานุ่มกลบเสียงฝีเท้าเธอไว้หมด ผนังทั้งสองด้านประดับด้วยภาพวาดลายไทยสีทองบนพื้นสีครีม โคมไฟระย้าเล็กๆ ปล่อยแสงสลัวๆ เพียงพอให้เห็นทาง แต่ไม่พอให้เห็นรายละเอียด ห้อง 708 อยู่สุดทางเดินด้านขวา ห้องมุมที่มีวิวเมืองได้ 180 องศา
แต่สิ่งที่เธอเห็นก่อนถึงประตูห้อง ไม่ใช่ความสงบของห้องสวีทหรู
ตรงพื้นหน้าประตูห้อง 708 มีเศษชิ้นส่วนเล็กๆ สีดำกระจัดกระจาย มันคือชิ้นส่วนของอุปกรณ์บันทึกภาพขนาดเล็ก กล้องวงจรปิดแบบลับ หรืออาจจะเป็นสปายแคม ลินคุกเข่าลงอย่างระมัดระวัง ใช้ปากกาจากกระเป๋าเขี่ยเศษชิ้นส่วนเบาๆ มีสายไฟเล็กๆ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ และเลนส์ขนาดเล็กที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ มันดูเหมือนถูกทำลายด้วยแรงกระแทกอย่างจงใจ
เธอเงยหน้ามองประตูห้องไม้สีดำขลับที่มีเลข 708 สีทองแวววาว ประตูปิดสนิท ไม่มีเสียงใดๆ ลอดออกมาเลย
ลินยืนขึ้น ใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เธอกดกริ่งเรียกที่อยู่ข้างประตู
ไม่มีเสียงตอบรับ
เธอกดอีกครั้ง ยาวขึ้นคราวนี้
ความเงียบยังคงตอบกลับมา แต่เหมือนจะหนักหน่วงและหนาแน่นขึ้น
“คุณภพ ฉันลินค่ะ” เธอพูดเสียงดังพอประมาณ พร้อมกับเคาะประตูเบาๆ สามที
จากภายในห้อง มีเสียงเหมือนมีอะไรล้มทับพื้นอย่างแผ่วเบา ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ แล้วก็เสียงกลอนประตูเลื่อนเปิด
ประตูเปิดออกเพียงแค่หนึ่งในสามส่วน ภพโผล่หน้า出来 ใบหน้าของเขาซีดเผือก แววตากว้างและมีเส้นเลือดแดงเล็กๆ ปนอยู่ที่ตาขาว เสื้อเชิ้ตสีขาวที่มักจะเรียบร้อยไม่มีรอยยับ ปัจจุบันเปิดกระดุมสามเม็ดบนสุด คอเสื้อเอียง歪一边 ผมที่มักจะจัดทรงมาอย่างดีก็รุงรังเหมือนถูกมือลูบผ่านหลายครั้ง
“เข้ามาเร็ว” เขาพูดเสียงต่ำเหมือนเสียงกระซิบ แต่เต็มไปด้วยความเร่งด่วน
ลินก้าวผ่านประตูเข้าไปทันที ภพรีบปิดประตูหลังเธอ แล้วหมุนกลอนล็อกสองรอบ เสียง คลิก ของกลอนดังชัดเจนในห้องที่เงียบสงัด
และนั่นคือเมื่อลินได้เห็นสภาพภายในห้องทั้งหมด
ห้องสวีทขนาดใหญ่กว้างขวางที่ควรจะสะอาด เรียบร้อย และเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสะดวกสบายสุดหรู กลับอยู่ในสภาพที่บอกได้อย่างชัดเจนว่ามีบางอย่างผิดปกติมากๆ โต๊ะกลางห้องที่ทำจากไม้สักแกะสลักถูกเขย่าออกจากตำแหน่งเดิม พรมเปอร์เซียสีแดงลายดอกถูกยับยู่ยี่ราวกับมีใครลากอะไรหนักๆ ผ่านไปมา แก้วคริสตัลใบใหญ่แตกอยู่บนพื้นใกล้ๆ โซฟา มีน้ำและเศษแก้วกระจายอยู่รอบๆ
แต่สิ่งที่ดึงความสนใจของลินมากที่สุดคือ โทรทัศน์จอใหญ่ 55 นิ้ว บนผนังตรงข้ามเตียง
บนจอภาพ ไม่ใช่ภาพยนตร์หรือรายการทีวีใดๆ แต่เป็นภาพนิ่งที่หยุดอยู่บนเฟรมหนึ่งของคลิปวิดีโอ ภาพนั้นมีแสงสลัว คล้ายถ่ายด้วยกล้องที่ซ่อนไว้ในที่มืด มันแสดงให้เห็นชายคนหนึ่งในห้องนี้ ห้อง 708 นี่เอง นั่งอยู่บนขอบเตียง หลังโค้งงอ ศีรษะก้มต่ำ มือทั้งสองข้างกุมใบหน้าไว้ ภาพนั้นให้ความรู้สึกของความอ่อนแอ ความท้อแท้อย่างสุดซึ้ง
และชายคนนั้นในภาพ คือ ภพ ที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอในตอนนี้
“ใคร...?” ลินหันไปมองภพ คำถามหลุดออกมาโดยอัตโนมัติ
“ไม่รู้” ภพตอบสั้นๆ เขาก้าวไปหยิบรีโมตทีวีจากพื้น แล้วกดปุ่ม play
วิดีโอเริ่มเล่นต่อจากภาพนิ่งนั้น ภาพเคลื่อนไหวแต่ยังคงมืดและมีสัญญาณรบกวน ภพในวิดีโอยังคงอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานหลายวินาที จนดูเหมือนว่าเขาจะไม่ขยับอีกเลย แล้วทันใดนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่ปรากฏในกล้องมีร่องรอยของความทุกข์ระทมที่ชัดเจน น้ำตา? หรือแค่แสงเงา? มันมองไม่ชัด แต่สิ่งที่ตามมาทำให้ลินต้องหยุดหายใจ
มีเสียงพูดของผู้ชายอีกคนหนึ่งดังขึ้นจากในวิดีโอ เสียงนั้นเบา ทื่อ และผ่านการปรับแต่งทางอิเล็กทรอนิกส์มาจนฟังไม่รู้ว่าเป็นเสียงใคร
“คุณรู้ว่าคุณทำอะไรลงไป คุณรู้ว่าคุณต้องชดใช้”
ภพในวิดีโอส่ายหน้าอย่างหมดแรง “ผม...ผมไม่รู้ว่าคุณพูดถึงอะไร”
“อย่าเสแสร้ง” เสียงนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง “เรามีหลักฐานทั้งหมด เรารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคืนนั้น เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ เกี่ยวกับพ่อของคุณ”
ภาพในวิดีโอแสดงให้เห็นภพยื่นมือไปหยิบอะไรบางอย่างจากโต๊ะข้างเตียง มันเป็นซองเอกสารสีน้ำตาล เขาเปิดซองนั้นด้วยมือที่สั่นเทา แล้วหยิบกระดาษบางๆ ขึ้นมาดู ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากความทุกข์เป็นความหวาดกลัวในชั่วพริบตา
“นี่...นี่คุณไปได้ยังไง” เสียงของภพในวิดีโอสั่นเครือ
“เรามีวิธีของเรา” เสียงลึกลับตอบกลับมา “และตอนนี้ คุณมีทางเลือกสองทาง ทำงานกับเรา หรือไม่ก็...หลักฐานทั้งหมดจะไปถึงสื่อ และถึงมือคนที่คุณไม่อยากให้เห็นมากที่สุด”
วิดีโอตัดไปที่ภาพอื่นทันที เป็นภาพเอกสารหลายหน้า มีตราประทับ เป็นข้อมูลทางการเงินที่ดูเหมือนจะเป็นความลับ มีรูปถ่ายบางรูปที่ดูเหมือนถ่ายจากระยะไกล แสดงภาพภพกำลังพูดคุยกับบุคคลบางคนในที่มืด
แล้ววิดีโอก็ตัดกลับมาที่ใบหน้าของภพอีกครั้ง เขากำลังมองตรงไปที่กล้องที่ซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว แววตาของเขาว่างเปล่า หมดหวัง
“คุณต้องการอะไร” เสียงของเขาดูแตกสลาย
“เราจะติดต่อคุณอีกครั้ง อย่าทำอะไรโง่ๆ อย่าแจ้งใคร และจำไว้ เราจับตาคุณอยู่ทุกวินาที”
หลังจากนั้น วิดีโอก็จบลงด้วยภาพมืด และจอทีวีก็กลับสู่โหมดปกติ แสดงโลโก้ของโรงแรมที่ค่อยๆ หมุนวน
ห้อง 708 กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง แต่ความเงียบตอนนี้หนักอึ้งและเต็มไปด้วยคำถามนับพัน
ลินค่อยๆ หันไปมองภพ เขายังคงจ้องมองที่จอทีวีราวกับถูกสะกด ใบหน้าซีดเผือกยิ่งกว่าเดิม มือที่กำรีโมตทีวีไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน
“คลิปนี้...” ลินเริ่มพูด แต่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
“มันถูกส่งมาให้ฉัน” ภพพูดโดยไม่หันมามองเธอ “ทางอีเมลแอนonymouse ชั่วโมงที่แล้ว พร้อมกับลิงก์ที่บอกให้ฉันเปิดดูคนเดียวในห้องนี้ และ...คำเตือนว่าหากแจ้งใคร หรือพยายามติดตามแหล่งที่มา หลักฐานทั้งหมดจะถูกปล่อยทันที”
“คุณเปิดดูแล้ว แล้วทำไมถึงเรียกฉันมา” ลินถาม ในใจเธอมีคำถามมากกว่านั้น: ทำไมต้องเป็นฉัน? ทำไมไม่เป็นหัวหน้าความปลอดภัย? ทำไมไม่เป็นทนาย? ทำไมไม่เป็นคนในครอบครัว?
ภพหันมามองเธอเป็นครั้งแรกตั้งแต่เธอเข้ามาในห้อง แววตาของเขาซับซ้อน มีความกลัว มีความอับอาย และมีบางสิ่งที่คล้ายความหวังที่ริบราง “เพราะฉันเชื่อใจคุณ” เขาพูดเสียงต่ำ “และเพราะคุณเป็นคนเดียวที่ฉันคิดว่า...อาจจะเข้าใจสถานการณ์แบบนี้ได้ โดยที่ไม่ตัดสินฉันทันที”
คำพูดของเขาทำให้ลินรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างทิ่มแทงกลางอก เธอเป็นเพียงพนักงานของเขา เธอทำหน้าที่ของเธอ เธอไม่เคยล้ำเส้น ไม่เคยพยายามเข้าใกล้เกินไป แต่ในสายตาของภพตอนนี้ เธอดูเหมือนจะเป็นไม้กระดานสุดท้ายที่เขาพยายามจะเกาะไว้
“เศษกล้องที่หน้าห้อง...” ลินพยักหน้าไปทางประตู
“ฉันพบมันหลังจากดูคลิปจบ” ภพเดินไปยังจุดหนึ่งใกล้ผนังด้านข้างของเตียง เขาชี้ไปที่ตำแหน่งบนผนังไม้บุสีเข้ม ที่นั่นมีร่องเล็กๆ ดูเหมือนเป็นที่ซ่อนกล้อง “มันอยู่ที่นี่ ฉัน...ฉันโกรธ ฉันตีมันจนแตก แล้วโยนชิ้นส่วนออกไปนอกห้อง ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นกล้องที่ใช้บันทึกคลิปนั้น”
ลินเดินเข้าไปตรวจสอบร่องบนผนังอย่างระมัดระวัง โดยไม่แตะต้องอะไร มันเป็นช่องว่างระหว่างไม้บุผนังสองแผ่นที่ดูเหมือนจะถูกเจาะหรือดัดแปลงมาโดยเฉพาะ เธอสังเกตเห็นรอยขีดข่วนเล็กๆ รอบๆ ช่องนั้น
“คุณคิดว่าคลิปนี้ถูกบันทึกเมื่อไหร่” เธอถาม
“ไม่รู้” ภพตอบ และเสียงของเขามีความขมขื่น “ฉันมาพักที่นี่บ่อยครั้งเมื่อรู้สึกว่า...ต้องการความเป็นส่วนตัว มันอาจจะเป็นเมื่อวาน อาทิตย์ที่แล้ว หรือแม้แต่เดือนที่แล้ว ฉันจำไม่ได้ว่าเคยนั่งอยู่บนเตียงในท่าแบบนั้นเมื่อไหร่ แต่มันคือฉัน ไม่มีข้อสงสัย”
ลินมองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง ตาของเธอ scanning ทุกซอกทุกมุม เธอเป็นผู้จัดการวิกฤต งานของเธอคือการจัดการกับปัญหาโดยไม่ทำให้สถานการณ์แย่ลง และตอนนี้ สถานการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นระเบิดเวลาที่กำลังเดินถอยหลัง
“คุณบอกว่าเขาต้องการให้คุณทำงานกับเขา” เธอกลับมาที่ประเด็นสำคัญ “เขาบอกไหมว่าต้องการให้คุณทำอะไร”
“ยัง” ภพส่ายหัว “แค่บอกว่าจะติดต่ออีกครั้ง และให้ฉันรอ”
“แล้วเอกสารในคลิป...” ลินหยุดพูด mid-sentence เธอไม่แน่ใจว่าควรจะถามลึกขนาดไหน
ภพเดินไปยังโต๊ะทำงานในมุมห้อง เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่งขึ้นมา มันคือซองเดียวกันกับที่เห็นในคลิป “นี่คือสิ่งที่เขาส่งมาพร้อมกับลิงก์วิดีโอ” เขายื่นซองนั้นให้ลินด้วยมือที่ยังคงสั่นเล็กน้อย
ลินรับซองเอกสารมาอย่างระมัดระวัง เปิดออก และเริ่มอ่านเอกสารภายใน มันเป็นข้อมูลทางการเงินของบริษัทในเครือบางบริษัทที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมโดยตรง มีตัวเลขการโอนเงินจำนวนมากไปยังบัญชีต่างประเทศ มีรายชื่อบุคคลบางคนที่เธอไม่รู้จัก แต่ดูเหมือนจะสำคัญ และมีรูปถ่ายของภพที่ดูเหมือนจะถูกตามถ่ายอย่างลับๆ ในที่ต่างๆ
“นี่คือ...” เธอเงยหน้าขึ้นมองภพ
“บางส่วนเป็นเรื่องจริง” ภพยอมรับด้วยเสียงแทบจะไม่มีพลัง “เป็นธุรกิจที่ฉันต้องดูแลต่อจากพ่อ เป็นการลงทุนบางอย่างที่...ซับซ้อน และบางส่วน” เขาหยุดพูด ก่อนจะ继续说下去 “บางส่วนเป็นข้อมูลที่ถูกบิดเบือน ถูกตัดต่อให้ดูเลวร้ายกว่าความเป็นจริง”
“และคืนนั้นที่เขาพูดถึง” ลินถามต่อ “คืนไหน”
ภพหลับตาลงชั่วครู่ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของเขาดูอิดโรยอย่างสุดขีด “สามเดือนก่อน มีงานเลี้ยง慈善ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเครือ ฉันดื่มมากไปหน่อย และ...มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ฉันคิดว่ามันจบไปแล้ว แต่มันดูเหมือนจะไม่จบ”
เขาพูดคลุมเครือ แต่ลินไม่ผลักดันให้มากไปกว่านี้ ไม่ใช่ตอนนี้
“เราต้องแจ้งเจ้าหน้าที่” เธอพูดในที่สุด
“ไม่ได้!” ภพตอบทันทีด้วยความตื่นตระหนก “คุณได้ยินคำเตือนในคลิปแล้ว ถ้าฉันแจ้งใคร หลักฐานทั้งหมดจะถูกปล่อยออกไปทันที มันจะทำลายทุกอย่าง – ธุรกิจ ครอบครัว ชื่อเสียงของพ่อที่กำลังป่วย...”
“แต่ถ้าเราไม่ทำอะไร เราก็ตกเป็นเบี้ยในมือเขา” ลินโต้กลับ “เราไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ อาจจะเป็นเงิน อาจจะเป็นข้อมูลธุรกิจลับ อาจจะเป็นอะไรที่แย่กว่านั้น”
“ฉันรู้” ภพพูดเสียงต่ำ “แต่ตอนนี้ ฉันต้องการเวลา คิดว่า...หาทางออก”
ลินมองดูเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ ชายหนุ่มที่มักจะดูมั่นคงและควบคุมทุกสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอนนี้ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่ร้าวแต่ยังไม่แตก เธอรู้สึกถึงความขัดแย้งภายในตัวเอง ในฐานะพนักงาน เธอควรรายงานเรื่องนี้ต่อผู้บังคับบัญชาทันที ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เธอเห็นความทุกข์ในตาของเขา
“ทำไมคุณถึงเรียกฉันมา” เธอถามคำถามเดิมอีกครั้ง แต่ด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป
ภพมองเธอตรงๆ เป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มบทสนทนานี้ “เพราะคุณเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว ไม่ใช่หรือ”
คำพูดของเขาทำให้ลินหยุดนิ่ง เธอไม่เคยพูดกับใครในที่ทำงานเกี่ยวกับอดีตของเธอ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องลาออกจากงานในแวดวงการโรงแรมระดับนานาชาติและกลับมาทำงานที่ไทย เกี่ยวกับการถูกกลั่นแกล้ง การถูกวางยา และการถูกข่มขู่ให้เก็บเงียบ
“คุณตรวจสอบฉัน” เธอพูด ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นข้อความ陈述
“ฉันตรวจสอบทุกคนที่ทำงานใกล้ชิดกับฉัน” ภพยอมรับโดยไม่ปฏิเสธ “และฉันรู้ว่าคุณเข้าใจว่าการตกเป็นเป้า การถูกติดตาม และการรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางออกเป็นอย่างไร”
ห้องเงียบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียง hum ต่ำๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่
ลินหายใจเข้าลึกๆ “ถ้าอย่างนั้น คุณต้องทำตามที่ฉันบอก และเราต้องทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ คุณต้องไม่ปิดบังอะไรจากฉันอีก”
ภพยิ้มแบบไม่มีรอยยิ้ม “ตกลง”
“อย่างแรก” ลินเริ่มต้น “เราต้องตรวจสอบห้องนี้อย่างละเอียดว่ายังมีอุปกรณ์บันทึกภาพหรือเสียงอื่นๆ ซ่อนอยู่หรือไม่ อย่างที่สอง เราต้องหาวิธีติดตามแหล่งที่มาของอีเมลและวิดีโอโดยที่ไม่ทำให้เขารู้ตัว อย่างที่สาม คุณต้องนึกให้ออกว่าคุณมีศัตรูหรือคู่แข่งทางการธุรกิจคนไหนที่อาจจะทำเรื่องแบบนี้ได้”
“และอย่างที่สี่” ภพพูดเสริม “เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการติดต่อครั้งต่อไปของเขา”
ลินพยักหน้า “ตอนนี้ ฉันจะเรียกทีมความปลอดภัยของโรงแรมที่ฉันเชื่อใจได้สองคนขึ้นมาตรวจสอบห้องนี้อย่างละเอียด เราจะบอกว่าเป็นเรื่องตรวจสอบระบบความปลอดภัยมาตรฐานเนื่องจากมีรายงานเรื่องกล้องลับในโรงแรมแห่งอื่นในเครือ นั่นจะไม่ทำให้เขา疑心”
“คุณคิดว่ามันจะได้ผลเหรอ”
“มันต้องได้ผล” ลินตอบด้วยความมั่นใจที่เธอไม่รู้ว่ามาจากไหน “และคุณ” เธอชี้ไปที่ภพ “คุณต้องทำตัวให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไปทำงานเหมือนปกติ ไปประชุม เจอคน อย่าปิดตัวหรือแสดงความกังวลออกมามากเกินไป”
“แต่...”
“ไม่มีแต่” ลินตัดบท “ถ้าคุณแสดงว่ากลัว เขาจะรู้ว่าเขาควบคุมคุณได้ และนั่นจะทำให้สถานการณ์แย่ลง”
ภพมองเธอเป็นเวลานาน สายตาของเขาศึกษาใบหน้าของเธอ ราวกับกำลังมองหาความแน่ใจหรือความเข้มแข็งบางอย่างจากเธอ ในที่สุด เขาก็พยักหน้าอย่างช้าๆ “ตกลง ฉันจะทำตามที่คุณบอก”
ลินหยิบวิทยุสื่อสารออกมา แต่ก่อนที่เธอจะกดปุ่มพูด ภพก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“ลิน”
“คะ”
“ขอบคุณ” เขาพูดคำสั้นๆ แต่มันเต็มไปด้วยน้ำหนักของความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายออกมาได้ทั้งหมด
ลินเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ตอบอะไร แล้วก็กดปุ่มวิทยุ “เรียกทีมตรวจสอบความปลอดภัยมาตรฐานไปที่ชั้น 7 ห้อง 708 ด่วน”
ขณะรอทีมความปลอดภัยมาถึง ลินเดินสำรวจรอบห้องอีกครั้งด้วยสายตาที่แหลมคมมากขึ้น เธอมองเห็นรายละเอียดที่เธอไม่ได้สังเกตก่อนหน้านี้: รอยขีดข่วนเล็กๆ บนขอบหน้าต่างที่ดูเหมือนจะมีใครพยายามเปิดหรือปิดมันด้วยความเร่งรีบ, กระดาษชิ้นเล็กๆ ม้วนอยู่ใต้โต๊ะข้างเตียง, และที่สำคัญที่สุด – กลิ่นบางอย่างในอากาศที่เธอเพิ่งสังเกตเห็น มันเป็นกลิ่นอ่อนๆ ของน้ำหอมผู้ชายที่เธอไม่คุ้นเคย ไม่ใช่กลิ่นที่ภพใช้
เธอค่อยๆ คุกเข่าลงใกล้กระดาษม้วนนั้น ใช้ปากกาของเธอเขี่ยมันออกมา มันเป็นกระดาษโน้ตสีขาวขนาดเล็ก มีข้อความเขียนด้วยลายมือที่ดูเร่งรีบ:
‘พวกเขารู้เรื่องทั้งหมด ระวังตัว’
ไม่มีลายเซ็น ไม่มีวันที่ ไม่มีอะไรที่บอกถึงผู้เขียน
ลินมองขึ้นไปที่ภพที่กำลังยืนมองเธออยู่ “คุณเคยเห็นกระดาษนี่มาก่อนไหม”
ภพส่ายหัว ใบหน้าของเขาแสดงความประหลาดใจจริงๆ “ไม่ ไม่เคยเห็น”
“มันอาจจะเป็นข้อความจากคนที่ต้องการช่วยคุณ หรือไม่ก็เป็นส่วนหนึ่งของเกมจิตวิทยาของเขา” ลินพูดขึ้นขณะที่ใส่กระดาษชิ้นนั้นลงในซองพลาสติกเล็กๆ ที่เธอมักพกไว้สำหรับเก็บหลักฐานเบื้องต้น
“คุณคิดว่ามีคนพยายามจะช่วยฉันเหรอ”
“ฉันไม่แน่ใจ” ลินตอบอย่างตรงไปตรงมา “แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เราไม่ควรเชื่อใจใครง่ายๆ จนกว่าเราจะรู้ความจริง”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามที ตามมาด้วยเสียงพูดผ่านวิทยุ “ทีมตรวจสอบความปลอดภัยมาถึงแล้วครับ”
ลินเดินไปเปิดประตู พบชายสองคนในชุดยูนิฟอร์มสีดำของฝ่ายความปลอดภัย ยืนอยู่ด้านนอก พวกเขาคือ โอ๊ต และ เติ้ล เจ้าหน้าที่ที่เธอทำงานด้วยบ่อยครั้งและเชื่อใจได้
“เข้ามาเลย” เธอพูด แล้วอธิบายสถานการณ์แบบคร่าวๆ โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด “มีรายงานเรื่องกล้องลับในโรงแรมเครือเดียวกัน ฉันต้องการให้คุณสองคนตรวจสอบห้องนี้อย่างละเอียด หาอุปกรณ์บันทึกภาพหรือเสียงใดๆ ที่อาจจะซ่อนอยู่”
โอ๊ตและเติ้ลพยักหน้าเข้าใจ แล้วก็เริ่มทำงานอย่างเป็นระบบด้วยอุปกรณ์ตรวจสอบที่พวกเขานำมา พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ มีประสิทธิภาพ โดยไม่ถามคำถามที่ไม่จำเป็น
ภพยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังเมืองที่กำลังหลับใหลภายนอก แสงไฟจากตึกสูงต่างๆ กระพริบระยิบระยับเหมือนดวงดาวปลอมๆ ใบหน้าของเขาสะท้อนบนกระจกหน้าต่าง เป็นภาพชายหนุ่มที่ดูโดดเดี่ยวและถูกคุกคาม
ลินเดินไปยืนข้างเขา แต่ไม่พูดอะไร เธอเพียงรอ และสังเกต
“คุณคิดว่าเขากำลังมองเราอยู่ไหม ตอนนี้” ภพถามโดยไม่หันมา
“ถ้าเขาฉลาดจริงๆ และมีทรัพยากรมากพอ ก็อาจจะเป็นไปได้” ลินตอบอย่างตรงไปตรงมา “แต่ถ้าเขากำลังมองอยู่ นั่นก็หมายความว่าเรามีโอกาสที่จะตามรอยเขากลับไป”
“คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี”
“ไม่ ฉันเป็นคน realist” ลินแก้ไข “ฉันแค่รู้ว่าไม่มีแผนการใดที่สมบูรณ์แบบ ทุกอย่างมีช่องโหว่ ให้เวลาเราพอ เราจะเจอมัน”
โอ๊ตเดินเข้ามาหาพวกเขา “พบแล้วครับ” เขาพูดเสียงต่ำ “มีอุปกรณ์ฟังอีกสองชิ้น ซ่อนอยู่ที่โคมไฟระย้าและในช่องลมในห้องน้ำ ดูเหมือนจะยังทำงานอยู่”
ลินและภพมองกันและกัน ความหมายชัดเจน: ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ยังคงฟังพวกเขาอยู่ และอาจจะกำลังฟังอยู่ในขณะนี้
“เอามันออกมา” ลินสั่งด้วยเสียงปกติ “และตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีอีกแล้ว”
“ได้ครับ” โอ๊ตตอบ แล้วก็กลับไปทำงานต่อ
ภพขยับเข้ามาใกล้ลินมากขึ้น จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขาที่เธอคุ้นเคย และได้ยินเสียงกระซิบของเขา “ถ้าเขากำลังฟังอยู่...”
“ก็ให้เขาฟัง” ลินกระซิบกลับ “เราจะไม่พูดอะไรที่สำคัญตอนนี้ เราจะแค่ทำตัวตามปกติ”
“แต่...”
“เชื่อใจฉัน” ลินพูดสั้นๆ
ภพมองเธอ แล้วก็พยักหน้าอีกครั้ง
อีกยี่สิบนาทีต่อมา ห้อง 708 ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบอุปกรณ์บันทึกภาพหรือเสียงอื่นใดอีก ทีมความปลอดภัยเก็บอุปกรณ์ที่พบไปตรวจสอบเพิ่มเติม และลินได้สั่งการให้เพิ่มการตรวจสอบระบบเครือข่ายและอีเมลของโรงแรมอย่างลับๆ โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัยไซเบอร์
เมื่อเหลือเพียงเธอกับภพอีกครั้งในห้องที่ตอนนี้รู้สึกโล่งแต่ยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด ลินก็หันไปหาภพ
“คุณไม่ควรพักที่นี่คืนนี้” เธอกล่าว “ไปพักที่ suite อื่นที่เราได้ตรวจสอบแล้ว หรือไม่ก็กลับไปพักที่บ้าน”
“ฉันจะกลับบ้าน” ภพตัดสินใจ “แต่ก่อนอื่น ฉันอยากถามคุณบางอย่าง”
“ถามได้”
“ทำไมคุณถึงยอมช่วยฉัน” เขามองเธอตรงๆ “คุณเสี่ยงงานของคุณ ชื่อเสียงของคุณ และอาจจะมากกว่านั้น”
ลินคิดเกี่ยวกับคำถามนี้เป็นเวลาสักครู่ “เพราะสามปีที่แล้ว มีคนช่วยฉันไว้เมื่อฉันอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายๆ กัน” เธอตอบอย่างเรียบง่าย “และเพราะไม่ว่าคุณจะทำอะไรไปในอดีต ไม่มีใครสมควรถูกกลั่นแกล้ง ข่มขู่ และควบคุมแบบนี้”
“คุณเชื่อว่าฉันเป็นคนดีเหรอ”
“ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นคนดีหรือไม่ดี” ลินตอบอย่างซื่อตรง “แต่ฉันรู้ว่าคุณเป็นมนุษย์ และตอนนี้คุณกำลังต้องการความช่วยเหลือ”
ภพยิ้มแบบขมขื่น “คุณตรงไปตรงมาจริงๆ”