ห้อง 2104

คืนเดียวไม่พอ

ตอน 1🔥 ร้อนแรง

ห้อง 2104

คืนวันเกิดอายุ 28 เธอเจอรองเท้าส้นสูงของผู้หญิงอื่นหน้าห้องคู่หมั้น คืนเดียวกันเธอยอมให้ผู้ชายแปลกหน้าบนบาร์ดาดฟ้าพาขึ้นห้อง 2104 กติกามีข้อเดียว ห้ามเจอกันอีก... จนถึงเช้าวันจันทร์

เค้กวันเกิดหน้าห้องกวิน
ภาพที่ 1/4

ใบเตยยืนแข็งทื่อตรงช่องประตูที่เพิ่งเปิด เค้กวันเกิดชิ้นเล็กในมือสั่นจนเปลวเทียนโยก แสงเทียนสาดขึ้นโดนหน้าเธอ และรองเท้าส้นสูงสีดำคู่หนึ่งก็นอนหงายพื้นแดงอยู่หน้าประตูห้องนอนที่ปิดสนิท

คีย์การ์ดสำรองยังคาอยู่ในอีกมือ

เมื่อกี้ร่องอ่านประตูติ๊ดเพียงครั้งเดียว บานประตูคอนโดก็เปิดให้เอง ทั้งที่กวินพิมพ์ไว้ตั้งแต่บ่ายว่าอย่ามา

"ประชุมงบไตรมาส" ตัวอักษรนั้นยังค้างในหัวเธอเป็นเสียงเขา "เลิกดึก อย่ารอ เดี๋ยวฉันโทร"

เธอไม่ได้รอ

เธอแวะซื้อเค้กชิ้นเดียวจากร้านใต้ตึก ขอให้คนขายเขียนชื่อบนครีม เลือกเสื้อซาตินสีเขียวเซจที่เขาเคยบอกว่าดูแพง ทาปากสีคอรัลใหม่ แล้วขึ้นมาเพื่อดูหน้าเขาตอนเจอเทียน

ตอนนี้เธอเห็นรองเท้า

พื้นแดงของมันหันขึ้นรับแสงเทียน สดจนไม่เหลือที่ให้เธอแกล้งตาตัวเอง

กลิ่นตามมาติดๆ

น้ำหอมทูเบอโรสลอดจากร่องประตูห้องนอน หวานหนักแบบดอกไม้กลางคืน ชนิดที่ไม่มีในตู้ของเธอ และไม่เคยมีในตู้ของเขา

ข้างในมีคนหัวเราะ

ผู้หญิงคนหนึ่งหัวเราะสั้นๆ เสียงเบา เคล้ากับคำที่ใบเตยไม่ได้ยินชัด และไม่ยอมเดินเข้าไปให้ได้ยิน

เธอไม่เห็นหน้า

ประตูบานนั้นปิดสนิท ไม่มีช่อง ไม่มีเงาให้เดาผมหรือส่วนสูง มีแค่เสียง กลิ่น และรองเท้าที่ถูกถอดทิ้งไว้อย่างคนที่ไม่คิดว่าประตูบ้านจะเปิด

หัวใจเธอทุบจนขี้ผึ้งหยดลงขอบครีม

กวินพูดอะไรสักคำในห้อง ไม่ได้ยินถ้อยคำ ได้ยินแค่จังหวะต่ำที่เคยเป็นของเธอคนเดียว สามปีที่คบ หกเดือนที่สวมแหวน ย่อเหลือเสียงนั้นกับเสียงหัวเราะที่ตอบกลับมาใกล้ประตูขึ้นอีกนิด

ใบเตยยกเท้าจะเดินเข้าไป

แล้วหยุด

ถ้าเปิดบานนั้น เธอจะเห็นหน้า และคืนนี้เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะเหลือชิ้นไหนไว้เดินออกมา

เธอหันหลังให้ประตูห้องนอน

ห้องนั่งเล่นมืด ไฟเมืองลอดม่านบางๆ เคาน์เตอร์หินสีเทายังมีแก้วสองใบที่ไม่ได้ล้าง ใบเตยไม่จ้องรอยปากที่ขอบแก้วให้นาน พอรู้ว่าไม่ใช่สีของเธอก็พอ

เธอวางเค้กลง

เทียนยังไม่ดับ ตัวช็อกโกแลตละไปครึ่งคำ อ่านได้แค่ "สุขสันต์" ที่เหลือจมในครีมขาว

มือซ้ายยกขึ้น

แหวนหมั้นหลุดออกมาง่ายกว่าวันเขาสวมให้ วงบางๆ ถูกวางลงข้างกล่องเค้ก ประกบกันบนเคาน์เตอร์เหมือนของที่ไม่มีเจ้าของแล้ว

"คืนนี้ไม่ต้องอธิบาย" เธอกระซิบ เสียงแห้งจนตัวเองไม่ชิน "ฉันเห็นพอแล้ว"

ไม่มีใครได้ยิน

เธอเดินออกไปเงียบกว่าตอนเดินเข้า ประตูดูดปิดตามหลังเป็นเสียงแผ่วๆ คีย์การ์ดถูกสอดกลับเข้ากระเป๋า ทั้งที่นิ้วอยากหักมันทิ้ง

ลิฟต์มาช้า

ในกระจกมีผู้หญิงตาเข้ม ผมน้ำตาลเป็นคลื่นประบ่า กางเกงขาบานสีครีมที่รีดมาทั้งเช้า ปากสีคอรัลยังคมอยู่ ทั้งที่ข้างในปากขม

เธอไม่ร้อง

น้ำตาอยู่ที่ไหนสักแห่งหลังเบ้าตา แต่ไม่ยอมลงมา คนในห้องนั้นไม่คู่ควร และตัวเธอเองก็ยังไม่ถึงเวลา

โทรศัพท์สั่นตอนลิฟต์ผ่านชั้นสิบสอง

แพรว

ใบเตยกดรับขณะก้าวออกสู่ล็อบบี้ที่แอร์เย็นจัด

"สุขสันต์วันเกิดนะเว้ย!" เสียงเพื่อนพุ่งเข้าหูพร้อมหัวเราะ "ยี่สิบแปดปีของใบเตย ไหนเล่า กวินจองร้านไหน ฉันจะได้ด่ามันถ้าร้านไม่สวย"

"สบายดี"

แพรวหยุดขำทันที

"ประโยคแรกของวันเกิดคือสบายดีเหรอ"

"ฉันสบายดี แก" ใบเตยยิ้มให้ยามโดยไม่ตั้งใจ แล้วเดินผ่านประตูหมุนออกสู่ลมร้อน "เขาติดประชุมงบ เลิกดึก ฉันเลยออกมากินลม"

"เสียงแกเรียบผิดปกติ"

"วันเกิดก็มีสิทธิ์เสียงเรียบได้มั้ง"

"ใบเตย"

"หือ"

"แกโกหกฉันเป็นไหม"

เธอหลับตาครู่หนึ่ง ลมกรุงเทพฯ ปะทะหน้า ไม่ได้ลบอะไรในหัวให้จางลงแม้แต่นิด

"คืนนี้ฉันไม่อยากเล่า" เธอบอกตรง "ไม่ได้เป็นอะไรที่แกต้องวิ่งมา และไม่ได้เป็นอะไรที่ต้องโทรหากวิน ห้ามโทรนะแพรว"

"ฉันยังไม่ได้จะโทร"

"แกจะโทร"

แพรวอมเสียงอยู่ครึ่งวินาที

"ได้ ไม่โทร" เพื่อนถอนหายใจลอดสาย "แต่วันเกิดแก ฉันต้องได้ยินเสียงหัวเราะสักที"

"ถ้าอยากได้เสียงหัวเราะ แกโทรผิดคน" ใบเตยยกมือเรียกแท็กซี่คันที่ไฟว่าง "คืนนี้ฉันแจกได้แค่เสียงเรียบ"

"อย่างน้อยบอกว่าแกจะไปไหน"

"ที่ที่ไม่มีใครรู้จักฉันสักชั่วโมง"

"ส่งสติกเกอร์ให้ฉันนะ ว่ายังหายใจอยู่ ไม่งั้นฉันไปนอนหน้าห้องแก"

"รู้แล้ว ปากไว"

"สุขสันต์วันเกิดนะ" เสียงแพรวนิ่งลงผิดวิสัย "ไม่ว่าประชุมมันจะเลิกโมงไหน แกยังเป็นใบเตยของฉันอยู่"

คอเธอบีบ

"ขอบคุณแก"

เธอปิดสายก่อนเสียงจะแตก


แท็กซี่แล่นเลียบสาทรไม่นาน

เดอะไลราสูงเป็นแท่งกระจก ชื่อโรงแรมเป็นตัวอักษรบางๆ เหนือกันสาด ใบเตยจ่ายเงิน จ่ายทิปเกินโดยไม่นับ แล้วเดินเข้าล็อบบี้ที่เย็นจนแขนขนลุก

ไม่มีกระเป๋า ไม่มีดอกไม้ ไม่มีคนเดินประกบ

พนักงานลิฟต์ยืนตรง

"ขึ้นบาร์ค่ะ"

"ไลรา สี่สิบเก้าครับ"

ประตูปิด ตัวเลขชั้นกระพริบเป็นจังหวะที่เธอจ้องโดยไม่คิดเป็นคำ นิ้วที่ว่างเปล่าสอดอยู่ในกระเป๋ากางเกง รอยวงแหวนบนนิ้วนางจางจนแทบไม่เห็นถ้าไม่ตั้งใจหา

เธอหาอยู่สองวินาที แล้วเลิก

เมื่อประตูเปิด ลมดาดฟ้าพัดผมไปด้านหนึ่ง

กรุงเทพฯ กางอยู่ใต้ราวกระจก ไฟสาทรเป็นเส้นยาว รถไหลไม่หยุด ท้องฟ้าไม่มีดาว มีแต่แสงเมืองที่ดื้อกว่าความมืด

ไลรา 49 เงียบกว่าที่เธอนึก

มุมโซฟามีคู่รักก้มหน้าหากัน แจ๊สเบาจนแทบไม่ใช่เพลง เคาน์เตอร์ไม้เข้มโค้งไปตามกระจก ขวดเหล้าเรียงแถวรับไฟตะเกียงสีอำพัน

ใบเตยเดินไปนั่งเก้าอี้สูงตัวที่ไกลจากคู่รักที่สุด

"สวัสดีค่ะ" บาร์เทนเดอร์เช็ดแก้ว รอยยิ้มเป็นอาชีพ ไม่ชวนคุยเกินจำเป็น "รับอะไรดีครับ"

"เนโกรนีค่ะ"

"ขมตามสูตร หรือให้ปรับ"

"ตามสูตร" เธอวางศอกบนไม้ "คืนนี้ฉันรับความขมไหว"

แก้วแรกมาถึงกับน้ำแข็งก้อนใหญ่ ผิวส้มขมหนีบที่ขอบ สีแดงเข้มแกว่งเมื่อเธอหมุนข้อมือ

จิบแรกเผาลิ้น

จิบที่สองลงถึงท้อง อุ่น แต่ไม่มัว เธอรู้ตัวดีว่ายังไม่เมา และไม่ได้ตั้งใจจะเมาจนลืมว่าตัวเองเดินออกมาจากที่ไหน

เธอดื่มช้า

เมืองข้างล่างเล็กกว่าความโกรธในอกนิดเดียว คำด่าที่เรียงไว้เป็นแถวในหัวถูกกลั้นไว้ เพราะคำด่าต้องมีคนรับ และเธอไม่ให้เกียรติคนนั้นด้วยการเป็นฝ่ายโทรไปก่อน

แก้วแรกลดลงจนเหลือน้ำแข็งกับกลิ่นเปลือกส้ม

เธอเคาะเคาน์เตอร์หนึ่งครั้ง

บาร์เทนเดอร์เงยหน้า

"เนโกรนีอีกแก้วค่ะ"

"แก้วที่สองครับ"

"ใช่"

เขารับแก้วเปล่าไปโดยไม่ถามว่ามีใครจะมาร่วม ไม่ถามว่าวันนี้เป็นวันอะไร

น้ำแข็งใบใหม่กระทบกันดังกรุ๊ง

เนโกรนีแก้วที่สองถูกวางลงตรงหน้า สีแดงเข้มเท่าเดิม ผิวส้มใหม่ เหงื่อแก้วเป็นหยดเล็กบนไม้เข้ม

ใบเตยเอื้อมมือไปจับก้าน

ปลายนิ้วโดนความเย็นก่อน

เธอยังไม่ยกขึ้นดื่ม

ลมชั้นสี่สิบเก้าพัดผ่านคอ ไฟกรุงเทพฯ กระพริบไม่เป็นจังหวะ และคืนวันเกิดของเธอก็เพิ่งเริ่มขมจริงๆ ตรงแก้วนี้

เก้าอี้ถัดไปมีคนมานั่งตอนเธอยกแก้วขึ้นได้ครึ่งทาง

ไม่ใช่คู่รักที่หนีออกมาจากมุมโซฟา กลิ่นที่ตามมาไม่หวาน ไม่ใช่ทูเบอโรส เป็นไม้สนจางๆ กับผ้าสูทที่โดนแอร์ทั้งวัน

"ผมจ่ายค่าเครื่องดื่มให้ได้นะครับ"

เสียงต่ำ สุภาพ ตรงจนเหมือนไม่ได้มาจีบ

ใบเตยหันไป

ผู้ชายตัวสูง ผมดำสั้นเซ็ตด้านข้างนิดๆ แว่นกรอบทองบางพาดบนสันจมูก ตาเข้มมองเธอไม่วอกแวก ไฝเล็กที่โหนกแก้มขวาขยับเมื่อเขาเกือบยิ้ม เสื้อเชิ้ตดำเปิดคอหนึ่งเม็ด ไม่มีเนกไท สูทสีชาร์โคลตัดคมกว่าไฟบาร์

หล่อแบบคนที่รู้ว่าตัวเองหล่อ และเลือกจะไม่ใช้มันเป็นประโยคแรก

เธอวางแก้วลง

"ไม่ต้อง"

"บาร์เทนเดอร์กำลังจะเปิดบิลแก้วที่สอง"

"ฉันจ่ายเองได้" เธอมองเขาจากหัวจรดนาฬิกาหนังสีดำข้อมือซ้าย แล้วกลับขึ้นมาที่แว่น "และฉันไม่ได้มานั่งเพื่อให้ใครมาเป็นฮีโร่ค่ำนี้"

"ผมไม่ได้เสนอเป็นฮีโร่"

"งั้นคุณเสนออะไร"

"เสนอว่าคืนนี้คุณไม่ต้องควักบัตรถ้าไม่อยาก"

ใบเตยหัวเราะในคอสั้นๆ ไม่มีความขำอยู่จริง

"ผู้ชายทั้งโลกคิดว่าการจ่ายเหล้าคือการขออนุญาตนั่งใกล้"

เขาไม่เถียง

ไม่ขยับเก้าอี้เข้ามา ไม่โบกมือเรียกบาร์เทนเดอร์ ไม่ยิ้มขอโทษแบบที่เธอเกลียด

นั่งฟัง

ความเงียบนั้นน่ารำคาญกว่าคำหวาน

"ถ้าจะนั่งต่อ" เธอจิบเนโกรนี ความขมลงลิ้นแรงกว่าแก้วแรก "ก็ฟังให้หมด ห้ามขัด ห้ามแก้ตัวแทนคนที่คุณไม่รู้จัก"

"ได้ครับ"

"ผู้ชายโกหกเก่งที่สุดตอนที่ปากยังยิ้ม"

เธอหมุนแก้ว น้ำแข็งกระทบกัน

"บอกว่าติดประชุม บอกว่าอย่ารอ บอกว่าเดี๋ยวโทร ทั้งที่ในห้องมีรองเท้าของผู้หญิงอื่น และน้ำหอมที่ไม่มีในตู้ของฉัน"

เขาพยักหน้าครั้งเดียว

"สามปี" เสียงเธอเรียบจนตัวเองตกใจ "หกเดือนที่ใส่วงแหวนให้คนอื่นเห็น วันเกิดฉันเดินถือเค้กไปเซอร์ไพรส์ แล้วได้กลิ่นดอกไม้กลางคืนกับเสียงหัวเราะที่ไม่ได้เป็นของฉัน"

ลมชั้นสี่สิบเก้าพัดชายผม เธอไม่เก็บ

"ที่ตลกคือฉันยังแต่งตัวให้เขาดู เสื้อที่เขาบอกว่าแพง ปากที่ทาใหม่ทั้งที่เขาไม่ได้ขอเห็น"

"คุณไม่ได้แต่งให้เขาคนเดียว"

"หือ"

"คุณเดินออกมาได้" เขาวางข้อศอกบนเคาน์เตอร์ ไม่เอื้อมมาแตะแก้วเธอ "คนที่ยังอยู่ข้างในต่างหาก ที่ต้องอธิบายรองเท้าตัวเอง"

ใบเตยจ้องเขา

ประโยคนั้นไม่มีคำปลอบ ไม่มี "เขาไม่คู่ควร" ไม่มีมือที่ลูบหลัง

มันตรงจนเธอเผลอ

หัวเราะออกมาจริงๆ

สั้น แตก แล้วก็หยุดไม่อยู่ สั่นที่หัวไหล่แบบคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังหัวเราะผิดจังหวะ และไม่สน

"พระเจ้า" เธอปาดมุมตาที่ยังไม่ใช้น้ำตา "คุณพูดเหมือนไม่ได้มาปลอบ และฉันกลับหัวเราะ"

มุมปากเขายกขึ้นครึ่งหนึ่ง นิ่งกว่าเสียงหัวเราะของเธอ

"ผมชื่อภีม"

ไม่มีนามสกุลต่อท้าย ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีการ์ด

"เตย"

เธอเว้นจังหวะให้ชื่อตัวเองดังในลมดาดฟ้า แล้วตั้งกติกาทันที เพราะถ้าไม่ตั้งตอนนี้ เธอกลัวจะถามเขาว่าทำงานอะไร

"ไม่ถามนามสกุล"

"ครับ"

"ไม่ถามงาน ไม่ถามว่าอยู่บริษัทไหน ไม่ถามว่าคืนนี้ทำไมถึงมานั่งบาร์คนเดียว"

"คุณก็ไม่ต้องบอก"

"ไม่แลกเบอร์" เธอเคาะเล็บลงบนไม้ "ไม่มีไลน์ ไม่มีสตอรี่ให้แท็กพรุ่งนี้เช้า คืนเดียวแล้วจบ เช้ามาเราเป็นคนแปลกหน้าเหมือนเดิม"

ภีมมองเธอผ่านกรอบทองนานพอให้เธอรู้ว่าเขาได้ยินทุกข้อ

"ถ้าผมทำตามครบ"

"ฉันจะไม่ไล่คุณ"

"งั้นผมอยู่"

ใบเตยดื่มต่อ แก้วที่สองลดลงช้ากว่าที่คิด เธอยังรู้รสเปลือกส้ม ยังนับไฟรถบนสาทรได้เป็นเส้น ไม่มัว ไม่ลอย

เขาไม่สั่งเหล้าเพิ่มให้เธอ

สั่งน้ำเปล่า

บาร์เทนเดอร์วางแก้วสูงตรงกลางระหว่างทั้งคู่ น้ำแข็งล้น หยดเหงื่อไหลลงไม้

"ดื่มให้หมดก่อน" ภีมเลื่อนแก้วมาทางเธอ ไม่แตะนิ้วเธอ "แล้วค่อยตัดสินว่าจะลงไปกับผมหรือไม่"

"คุณคิดว่าฉันเมา"

"ผมคิดว่าคุณโกรธ" เขานิ่ง "และผมไม่เอาความโกรธของใครมาเป็นคำตอบ"

ใบเตยอยากแซะ อยากบอกว่าเธอรู้จักตัวเองดีกว่าผู้ชายแว่นที่เพิ่งรู้จักชื่อเล่น

แต่เธอหยิบแก้วน้ำ

เย็นจัดตั้งแต่ริมฝีปาก จิบแรกชะล้างความขมของเนโกรนี จิบต่อๆ มาลงท้องจนความอุ่นจากเหล้าถอยไปอยู่ขอบ ไม่ได้อยู่กลางหัว

เขาไม่ได้เร่ง

นั่งมองเมือง ปล่อยให้เธอดื่มในจังหวะของเธอ จนน้ำแข็งกระทบก้นแก้ว และเธอวางแก้วเปล่าลงดังเบาๆ

"หมดแล้ว"

"แน่ใจไหม"

คำถามตรง ไม่ห่อ ไม่ยิ้มกลบ

"ไม่ใช่แค่ความโกรธ" เขามองตาเธอ "ไม่ใช่แค่เหล้า ถ้าคำตอบคือไม่ ผมจ่ายน้ำให้ แล้วคุณขึ้นแท็กซี่กลับ คนขับผมเรียกให้ได้ คุณไม่ต้องเหลืออะไรไว้กับผม"

ลมปะทะคอ ไฟบาร์สีอำพันสะท้อนในเลนส์เขา

ใบเตยไม่ได้ตอบทันที

เธอฟังหัวใจตัวเอง ไม่ใช่เสียงหัวเราะในห้องนอนที่ปิด และไม่ใช่ข้อความที่กวินอาจกำลังพิมพ์

คืนนี้มือเธอไม่ว่างเปล่าเพราะลืมของ

มันว่างเพราะเธอวางวงแหวนไว้เอง

"คืนนี้ฉันรู้ตัวดีที่สุดในชีวิต"

ภีมรับคำนั้นด้วยการลุก

ไม่จูบ ไม่จับข้อมือบนดาดฟ้า แค่พยักหน้าให้บาร์เทนเดอร์ปิดบิลฝั่งเขา โดยไม่เถียงเมื่อเธอยื่นบัตรจ่ายแก้วของตัวเอง

"ของฉัน ฉันจ่าย" เธอบอก

"ได้"

ลิฟต์ส่วนตัวของโรงแรมเงียบกว่าลิฟต์คอนโดเมื่อครู่ ตัวเลขชั้นลดจากสี่สิบเก้า เธอยืนห่างเขาหนึ่งช่วงแขน กลิ่นสนจางๆ ยังอยู่ แต่เขาไม่ลดระยะจนเธอต้องถอย

"ห้องผม" เขาบอกตอนประตูเปิดที่ชั้นยี่สิบเอ็ด "ถ้าเปลี่ยนใจระหว่างทาง บอกได้ทุกก้าว"

"ฉันไม่ได้เปลี่ยน"

พรมทางเดินนุ่ม ไฟข้างผนังเหลืองต่ำ ป้ายเลขห้องเรียงเป็นจังหวะที่เธออ่านโดยไม่จำเป็นต้องท่อง

2102

2103

เขาหยุดหน้าบานถัดไป

2104

คีย์การ์ดในมือเขาสีดำด้าน ไม่มีชื่อ ไม่มีโลโก้บริษัทให้เธอจำ

"กติกายังอยู่" ภีมหันมามองเธออีกครั้ง เสียงเบาลงแต่ไม่นุ่มจนเสียเหลี่ยม "ไม่มีนามสกุล ไม่มีงาน ไม่มีเบอร์ คืนเดียว"

"แล้วจบ" เธอตอบ

เขารูดการ์ด

ไฟเขียวติดหนึ่งครั้ง ประตูห้องสวีท 2104 ส่งเสียงปลดล็อกแผ่วๆ แล้วเปิดรับทั้งคู่

ไฟเมืองกระแทกกระจกเป็นเส้นเงินตอนเธอก้าวพ้นธรณี

ห้อง 2104 กว้างและเงียบ เตียงขาวอยู่ฝั่งขวา ม่านบางปลิวเพราะแอร์ กระจกทั้งผนังรับสาทรที่ไม่ยอมหลับ

ใบเตยไม่เปิดไฟเพิ่ม

"อย่าเปิด" เธอบอก "ฉันอยากเห็นแค่เมือง"

"ได้" ภีมปิดประตู ล็อกจากด้านใน "ถ้าจุดไหนไม่เอา พูดว่าหยุด ผมหยุดทันที ไม่ถามซ้ำว่าทำไม"

"ได้ยิน"

"ผมจะถามทุกขั้น" เสียงเขาต่ำ ไม่เร่ง "คุณตอบเป็นคำ ถ้านิ่ง ผมถือว่ายังไม่ใช่"

เธอหันไปที่กระจก ไฟตึกแตะไหล่ตัวเองในเงา

"จูบฉันตรงนี้"

"จูบได้ใช่ไหม"

"ใช่ จูบได้"

เธอเป็นคนดึงปกเสื้อชาร์โคลลงมา

ปากชนปาก ไม่หวาน ขมปลายลิ้น ร้อนตรงที่ฟันเธอเกือบขบริมฝีปากเขา ภีมไม่แย่งจังหวะ ปล่อยให้เธอกดจนหลังชนกระจกเย็น

เมืองไหลอยู่ข้างหลังไหล่เธอ กลิ่นสนจางๆ บนคอเขาชัดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ขนาดนี้

"เสื้อฉัน" เธอกระซิบติดปากเขา "ถอด"

"ถอดได้ไหม"

"ได้ แล้วของคุณด้วย อย่าให้ฉันพูดสองรอบ"

นิ้วเขาปลดกระดุมเสื้อซาตินช้าจนเธอหงุดหงิด ผ้าเขียวเซจหลุดจากบ่า ลมแอร์แตะผิว ยกทรงบางสีเนื้อรับแสงเมือง หัวนมแข็งก่อนปากเขาจะถึง

เขาวางเสื้อบนเก้าอี้ ไม่โยน

"ผมขอกิ๊บ" นิ้วระวังข้างขมับเธอ "เดี๋ยวเกี่ยว"

"ถอด"

กิ๊บมุกหลุดออกเบา ผมคลื่นหล่นปิดไหล่ข้างที่เคยถูกหนีบ เขาวางมันบนโต๊ะข้างเตียง แล้วถอดแว่นวางคู่กัน เลนส์รับไฟเมืองเป็นจุดเล็ก

ไม่มีกรอบแล้ว ตาเขาคมขึ้น และใกล้ขึ้น

"ยกทรง" เธอสั่ง "ใช้ปาก"

"ถอดได้ใช่ไหม"

"ได้"

ตะขอหลุด ผ้าตกถึงพรม เขาก้มหุบปากร้อนรอบยอดนมข้างซ้าย ลิ้นวนช้า ดูดจนหลังเธอชนกระจกอีกครั้ง

มือเธอสอดเข้าผมเขา ไม่ดันหนี

"อีกข้าง"

เขาย้ายโดยไม่ให้ขอซ้ำ ฟันขบเบาจนเธอสะดุ้ง แล้วเลียกลบความเจ็บนั้น

"กางเกงทั้งคู่" ลมหายใจเธอขาดช่วง "ฉันไม่อยากเปลือยคนเดียว"

"ถอดได้ใช่ไหม"

"ใช่"

ผ้าครีมหลุดตามข้อเท้า ผ้าในชื้นตรงกลางจนไม่ต้องอธิบาย เขาดึงออกช้า แล้วถอดของตัวเองจนยืนเปลือยต่อหน้ากระจกกับเธอ

ลำตัวสูง กล้ามเนื้อบางใต้ผิว องคชาตแข็งจัดจนเธอมองแล้วคอแห้ง

"อย่าเข้า" เธอยกคาง "ฉันยังไม่สั่ง"

"ผมไม่เข้า จนกว่าคุณจะบอก"

"คุกเข่า"

"ได้"

ภีมคุกบนพรมหน้าระหว่างขาเธอ กระจกเย็นติดสะโพก เขามองขึ้น รอ

"ใช้ปากได้ไหม"

"ได้ ลิ้นด้วย" เธอกำผมเขาไว้ "อย่าเร่งเหมือนคนกลัวฉันจะเปลี่ยนใจ"

เขาจูบต้นขาในก่อน ลมหายใจร้อนก่อนสัมผัส แล้วลิ้นเลียร่องชื้นจากล่างขึ้นถึงคลิต ช้า ร้อน ม้วนวนยอดเล็กนั้นแล้วดูดเบา

ใบเตยสบถในคอ เข่าอ่อนทันที

"นิ้ว"

"สอดได้ไหม"

"ได้ เพิ่ม"

นิ้วชี้เข้าไปทีละข้อ ข้อที่สองตามมา จังหวะงอหาจุดด้านในขณะปากยังไม่ห่าง เสียงเปียกดังแผ่วในห้องที่ไม่มีเพลง

ข้างในเธอหนีบนิ้วเขาเอง สะโพกดันใส่ปากโดยไม่ได้ตั้งใจ

ความโกรธที่แบกมาทั้งคืนไม่ได้หาย มันเปลี่ยนรูป กลายเป็นแรง

"พอ" เธอหอบ "ขึ้นเตียง ฉันอยู่ข้างบน"

ภีมเงยขึ้น ปากชื้น ตาไม่ละจากเธอ

"ขึ้นได้" เขาบอก "คุณคุม ผมไม่พลิกคุณจนกว่าจะสั่ง"

"ใช่ มา"

เธอเดินไปก่อน ถอยขึ้นกลางเตียงขาว ผ้าปูเย็นขัดกับผิวที่ร้อนจนขนลุก

"มานอน"

เขานอนหงายตามคำสั่ง มือวางข้างลำตัว ไม่คว้า

ใบเตยคร่อมเอวเขา ฝ่ามือกดลงบนอก ผมคลื่นร่วงมาบังแสงเมืองครึ่งหนึ่ง

"เข้าได้ไหม" เสียงเขาตึงกว่าเมื่อครู่ "ตอนนี้คุณยังรู้ตัวอยู่ใช่ไหม ไม่ใช่แค่เหล้า ไม่ใช่แค่ความโกรธ"

"ฉันรู้ตัว" เธอมองตาเปล่าของเขา "คืนนี้ฉันเลือกคุณ ใส่ได้"

มือเธอเลื่อนลงจับองคชาตเขา ร้อน เต้นในฝ่ามือ สั่นนิดเมื่อเธอบีบ แล้วทรุดสะโพกลงช้า

หัวอุ่นแทรกความชื้น ขยายเธอทีละนิด จนนั่งลงสุด ท้องชิดท้อง

ลมหายใจเธอขาดคำหนึ่ง

"อย่าขยับ" เธอหลับตาครู่หนึ่ง แล้วลืม "ฉันคุม"

"ครับ"

มือเขาขึ้นมาที่สะโพกเมื่อเธอพยัก ให้จับได้ นิ้วกดร่องเอว ไม่ดึงลง แค่พยุง

สามจังหวะแรกเธอยกช้า เพื่อฟังว่ารับไหว จากนั้นเร็วขึ้นตามแรงที่ยังไม่ยอมจบ

เนื้อกระแทกเนื้อ เตียงขยับนิด ไฟสาทรไหวในกระจกตามจังหวะเธอ

"ดูฉัน"

เขาดู

ไม่หลบ ไม่ชม ไม่เรียกชื่อ

เธอบดคลิตกับท้องล่างเขาทุกครั้งที่นั่งลง ข้างในตอดรอบเขาเป็นคลื่น เปียกจนจังหวะลื่นกว่าเดิม

"แรงได้" ภีมพูดสั้น "ถ้าคุณต้องการ"

"ฉันต้องการให้ไม่เหลือที่ว่าง"

เธอก้มจูบขณะยังขยับ กัดริมฝีปากล่างเขาจนเขาครางในลำคอ เล็บกดอกเป็นรอยจาง

ทุกครั้งที่ลงสุด เธอผลักความเจ็บจากคนที่นอกใจออกไปกับแรงนั้น จนเสียงหัวเราะหลังประตูดังไม่ขึ้นอีก

"ภีม"

ชื่อหลุดกลางหายใจ

"อยู่"

"อย่าเพิ่งเสร็จ ฉันยังไม่ถึง"

"ผมรอคุณ"

นิ้วหัวแม่มือเขาหาคลิต กดวนตามจังหวะที่เธอกำหนด ไม่แย่ง

"แบบนี้ได้ไหม"

"ได้... อย่าหยุดวงนั้น"

เข่าสั่น แรงในท้องสะสมจนเธอนั่งลงสุดแล้วยกไม่ขึ้น บดสั้น ถี่ เสียงหลุดจากคอไม่เป็นคำ

เธอถึงพร้อมน้ำตาที่ไม่ได้ตั้งใจ

ไม่เจ็บตรงที่เขายู่ใน เจ็บอยู่ที่อื่น และร่างกายเลือกปล่อยทั้งสองอย่างในวินาทีเดียว ข้างในกระตุกหนีบเขา เปียกจนต้นขาทั้งคู่

ภีมกัดฟันรับแรงหนีบ ยังไม่ตาม จนเธอทรุดหน้าผากลงบนอกเขา

"ตามมาได้" เธอกระซิบ "ข้างใน ฉันอยากให้คุณไปกับฉัน"

"แน่ใจไหม"

"แน่ใจ"

เขาดันขึ้นจากข้างล่างไม่กี่ครั้ง มือกุมสะโพกแน่นขึ้น แล้วสั่นทั้งตัว ร้อนพุ่งเข้าไปในเธอ

ชื่อไม่หลุดจากปากเขา มีแค่คำว่า "ครับ" ที่ต่ำจนแทบไม่ได้ยิน

ห้องเหลือเสียงแอร์กับหายใจ

เธอไม่ลงทันที นั่งทับอกที่ยังขึ้นลงแรง ผมติดเหงื่อที่หน้าผาก

"ไม่ถามนามสกุล" เสียงแหบ

"ไม่ถาม" มือเขาลูบหลังครั้งเดียวแล้วหยุด เหมือนกลัวการลูบจะกลายเป็นสัญญา


ตีสามเธอตื่นเพราะเขากำลังจะไปปิดม่าน

"อย่าปิด" ใบเตยพูดในความมืด "และอย่าไป"

ภีมหยุด ยืนข้างเตียงตัวเปลือย ไฟเมืองบางลงกว่าเมื่อสี่ทุ่ม

"คุณตื่นแล้ว"

"ฉันยังไม่จบคืนนี้" เธอพลิกหงาย แยกเข่านิดหนึ่ง "หันหน้าใส่ฉัน ช้าๆ ห้ามเร่งแบบเมื่อกี้"

"อีกครั้งได้ไหม"

"ได้"

"ท่านี้ผมอยู่ข้างบน" เขาพูดช้า "แต่คุณยังสั่งจังหวะได้"

"งั้นเข้ามา"

เขาขึ้นเตียง คุกเข่าระหว่างขาเธอ ค้ำแขนสองข้างไม่ทับอก องคชาตแข็งอีกครั้งเมื่อเธอเอื้อมไปลูบ

"ช้า" เธอบอก "ให้ฉันรู้สึกทุกท่อน"

เขาสอดเข้าไปช้าจนเธอนับลมหายใจได้ ลึกสุดแล้วหยุด หน้าผากชนหน้าผาก ตาเปล่ามองตา

ออกแล้วย้อนเข้า เป็นคลื่นยาว ไม่กระแทก

ใบเตยโอบคอเขา ขาคล้องเอว ปากหาปากเป็นจูบที่ไม่กัดแล้ว

"อย่าหนีสายตา"

"ไม่หนี"

ห้องเงียบผิดกับรอบแรก

มีแค่เสียงผิว เสียงชื้น และลมหายใจที่ตรงกันจนน่ากลัว สำหรับคนที่ตกลงกันว่าจะไม่รู้จักกันพรุ่งนี้

มือเขาซุกใต้บั้นท้าย ยกนิดให้มุมลึกโดยไม่เร่ง เมื่อเธอเริ่มสั่น เขาชะงัก

แล้วเรียก

"เตย"

ครั้งแรก

ไม่ใช่คุณ ไม่มีคำต่อท้าย ชื่อตัวดังในห้องจนอกเธอบีบ ทั้งที่ไม่ควรมีความหมายขนาดนั้นสำหรับคนแปลกหน้า

"เรียกอีก"

"เตย" เขาจูบหางตา "อยู่ตรงนี้"

เธอถึงรอบสองแบบไม่มีน้ำตา

คลื่นยาว หนีบเขาช้า ตัวสั่นจนเล็บกดไหล่ ภีมตามมาไม่นาน ฝังลึก หน้าซบคอเธอ ปล่อยร้อนข้างในโดยไม่พูดอะไรเกินชื่อที่เพิ่งเรียก

พวกเขานอนหันหน้าเข้าหากัน ขาพันกัน เมืองหมุนต่อนอกกระจก

ไม่มีใครถามว่าพรุ่งนี้


ตีห้า ฟ้าสาทรยังไม่ขาว มีแค่สีน้ำเงินหม่นเลียขอบตึก

ใบเตยลืมตาก่อน

แขนเขาพาดเอว หนักและอุ่น ลมหายใจสม่ำเสมอติดท้ายทอย

ถ้าอยู่จนเขาตื่น แล้วได้ยินชื่อนั้นอีกครั้ง กติกาที่เธอตั้งเองจะพัง

เธอเลื่อนออกจากวงแขนช้าๆ เขาขมุบ แต่ไม่ลืมตา

เท้าเปล่าแตะพรม เธอเก็บเสื้อ ยกทรง กางเกง แล้วเข้าห้องน้ำโดยไม่เปิดไฟใหญ่

ปากสีคอรัลเลือนจนแทบไม่เหลือ

อ่างถูกเปิดแป๊บเดียวแล้วปิด ไอน้ำจางขึ้นบนกระจก

ลิปสติกในกระเป๋ายังพอเขียนได้

ปลายแท่งลากรีบ ลายมือไม่สวย แต่ตัวอักษรอ่านออก

ขอบคุณสำหรับคืนนี้ ไม่ต้องตามหา

เธอไม่อ่านซ้ำ มองตัวเองหนึ่งวินาที แล้วเดินออกโดยไม่หันไปที่โต๊ะข้างเตียง

กิ๊บมุกลืมอยู่ตรงนั้น

ประตู 2104 ปิดตามหลังเงียบ ลิฟต์ว่าง เธอกดล็อบบี้ นิ้วที่ไม่มีแหวนกำสายกระเป๋าไว้แน่น


ภีมตื่นเพราะที่ข้างกายเย็น

เขาอ่านประโยคสีคอรัลบนกระจกห้องน้ำนาน ไม่เช็ดออก แล้วเดินกลับไปหยิบกิ๊บมุกขึ้นมา ไข่มุกเล็กเย็นในฝ่ามือ

"ไม่ต้องตามหาหรอก"


ชื่อกวินเด้งขึ้นบนหน้าจอก่อนฟ้าจะยอมสว่าง ใบเตยสะดุ้งในคอนโดของตัวเอง ผ้าห่มเย็นไม่เหมือนแขนที่พาดเอวเธอเมื่อตีห้า

เธอไม่กดอ่าน

นิ้วที่ว่างจากแหวนกำผ้าไว้ แล้วปล่อย เมื่อเครื่องสั่นซ้ำเป็นครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ ชื่อเดิมเรียงกันเหมือนคนไม่ยอมรับว่าประตูปิดไปแล้ว

เธอนั่งที่ขอบเตียง นับการสั่นจนเลิกนับด้วยหู แล้วค่อยพลิกหน้าจอ

ข้อความแรกสั้นจนน่าโมโห

"ขอโทษ"

ข้อความสองยาวขึ้น ไม่มีชื่อใครอยู่ในนั้น

"เมื่อคืนไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เธอเดินออกไปก่อนที่ผมจะอธิบาย วันเกิดเธอ ผมผิดเอง"

เธอหัวเราะในคอครั้งหนึ่ง เสียงแห้ง

เดินออกไปก่อนที่เขาจะอธิบาย นั่นคือสิ่งที่เขาสรุป จากสิ่งที่เธอเห็นกับหูตัวเองในทางเดินคอนโด

ไม่มีประโยชน์ที่จะพิมพ์กลับไปถามว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร

เขาไม่บอกอยู่แล้ว

ช่วงสายวันเสาร์ข้อความขึ้นสิบสอง ช่วงบ่ายยี่สิบเอ็ด เขาขอให้เปิดประตู ขอให้เลิกหนี ขอให้จำสามปีให้มากกว่าหนึ่งคืน

ทุกบรรทัดมีคำว่าขอโทษ

ไม่มีบรรทัดไหนมีชื่อผู้หญิง

ใบเตยวางโทรศัพท์คว่ำไว้ข้างซิงก์ ชงกาแฟแล้วไม่ดื่ม จนฟิล์มบนผิวเย็นตกเป็นวง

เย็นวันเสาร์เขาโทรหนึ่งครั้ง เธอปล่อยให้มันดังจนดับ

ข้อความตามมาว่าอย่าให้คนอื่นรู้เรื่องนี้ก่อนที่ทั้งคู่จะคุยกัน

"คนอื่น" เธอพูดกับห้องว่าง "หรือผู้หญิงในห้องนอนคุณ"

เธอไม่ส่ง

วันอาทิตย์ตอนสาย ข้อความที่สี่สิบค้างอยู่บนสุด

"ขอโอกาสอธิบายต่อหน้า ผมจะไม่พูดถึงคนนั้น ถ้าเธอไม่อยากฟัง แค่บอกว่าเรายังไม่จบ"

ยังไม่จบ

ใบเตยอ่านจบประโยค แล้วกดบล็อก

ชื่อกวินหายจากแชท หน้าจอเงียบผิดปกติ นิ้วเธอสั่นนิดหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเสียใจที่บล็อก

แต่เพราะคำว่าไม่จบของเขาไปชนกับกติกาที่เธอตั้งกับคนอื่นไว้ว่าจบแล้ว

เธอหัวเราะใส่ตัวเองอีกที คราวนี้ไม่มีเสียง


แพรวมาก่อนห้าโมงเย็น ถุงกระดาษสองใบ ผ้าห่มลายตารางพับเกะกะบนแขน ผมบ็อบสีชมพูเถ้าติดเหงื่อจากลิฟต์

"เปิดเร็วๆ ข้าวมันไก่จะคาว"

ใบเตยเปิดประตู แพรวกวาดตามองเธอหนึ่งที แว่นกรอบกลมเลื่อนลงดั้งจมูก

"เมื่อศุกร์แกบอกฉันว่าสบายดี"

"ฉันโกหก"

"รู้แล้ว ถึงได้มานอนค้าง" แพรวเบียดเข้ามา "ขยับไป ฉันจะตั้งหลัก"

พวกเธอกินบนพื้นหน้าโซฟา เพราะโต๊ะกินข้าวเต็มไปด้วยงานที่ไม่ได้แตะตั้งแต่ศุกร์

แพรวฟังโดยไม่แทรก จนจบที่แหวนซึ่งถูกวางไว้ข้างเค้ก

"แกถอดเอง" เธอพูดช้า "ไม่ใช่มันถอดให้"

"ฉันวางเอง"

"ดี" ตะเกียบเคาะกล่องข้าว "ไอ้ที่ยังไม่ดีคือแกจะนั่งอ่านคำขอโทษเป็นร้อย หรือจะบล็อกมันเสียที"

"สี่สิบ แล้วฉันบล็อกไปแล้ว"

แพรวพยักหน้าเหมือนปิดงานหนึ่งชิ้น แล้วเหลือบมาอีกที

"งั้นทำไมแกยิ้ม"

ใบเตยชะงัก คำที่กำลังจะด่ากวินค้างที่ริมฝีปาก

"ฉันไม่ได้ยิ้ม"

"ยิ้มคนเดียวอยู่ตรงนั้น ทั้งที่เรื่องมันควรทำให้แกอยากทุบอะไรสักอย่าง" แพรวยื่นน้ำให้ "แกไม่กลับบ้านหลังเดินออกจากคอนโดมันใช่ไหม"

เตยมองน้ำในแก้ว นานพอให้ความเงียบตอบแทน

"ขึ้นบาร์ดาดฟ้า" เธอบอก "เจอคนหนึ่ง ไม่มีนามสกุล ไม่มีเบอร์ ไม่มีพรุ่งนี้ กติกาของฉันเอง"

"ชื่อเล่นล่ะ"

"ไม่บอก"

"ตระหนี่" แพรวไม่เค้นต่อ "แต่อย่ามาบอกว่าไม่ได้ยิ้ม ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ แกยิ้มให้คนที่ไม่อยู่ในห้อง"

ใบเตยผลักไหล่เธอเบาๆ ปากยังแข็ง

"แกลวน"

"ฉันสังเกต มันคนละหน้าที่"

คืนนั้นแพรวปูผ้าห่มบนโซฟา ไม่ยอมกลับ ทั้งที่เตยบอกว่าอยู่คนเดียวได้

ไฟในห้องนอนดับ เมืองยังไม่ดับ

ใบเตยหันหน้าเข้าฝาผนัง มุมปากขยับเองเมื่อชื่อสั้นๆ ที่ถูกเรียกในความมืดห้องหนึ่งย้อนมาโดยไม่มีเสียง

จากโซฟา แพรวพูดทั้งที่ตาปิด

"ยิ้มอีกแล้ว"

"หลับไปเลย แพรว"

"หลับ" เสียงเพื่อนสนิทงัวเงีย "แต่อย่าคิดว่าฉันไม่ได้ยินแกยิ้มคนเดียว"


เช้าวันจันทร์ลิฟต์ตึกสาทรอัดคนจนได้กลิ่นกาแฟกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม ใบเตยยืนชิดกระจก มองเลขชั้นไต่ขึ้นไปหาชั้นยี่สิบสองของลูมิน่า บิวตี้

มือเธอคลำข้างกระเป๋าตามนิสัย แล้วหยุด

กิ๊บมุกไม่อยู่ในถาดตั้งแต่เมื่อเช้า เธอปล่อยผมคลื่นลงมาข้างหนึ่ง ไม่มีอะไรหนีบ แล้วสั่งตัวเองไม่ให้ตามหาของที่ตัวเองทิ้งไว้

ประตูลิฟต์เปิดสู่ทางเดินกระจก แดดเช้าเย็นกว่าที่ควร เพราะฟิล์มอาคารกรองเมืองไว้บางๆ

คนทั้งชั้นเดินไปทางเดียวกัน เสียงกระซิบคำว่าประชุมด่วนดังกว่าเสียงส้นรองเท้า

ห้องประชุมกระจกฝ้าอยู่สุดทางเดิน ประตูเปิดกว้าง คนยืนชนไหล่กันจนถึงกลางห้อง โต๊ะกระจกยาวว่าง ไม่มีใครกล้าปูเอกสารทับ

ใบเตยเบียดเข้าไปทางซ้าย แผงหลังเพื่อนร่วมทีมบังเวทีต่ำๆ ได้ครึ่งหนึ่ง

กวินยืนอยู่แล้ว

เสื้อเชิ้ตฟ้าอ่อน เนคไทกรมท่า ยิ้มสุภาพที่เธอเคยเชื่อว่าเป็นของเธอคนเดียว เขายืนข้างเวทีในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน มือประสานด้านหน้า

รอยยิ้มนั้นกระตุกเมื่อสายตาเจอเธอ

เขาขยับปากเป็นคำว่าคุยกัน

ใบเตยมองทะลุเขาไปที่ผนังฝ้า นิ้วว่างซุกในกระเป๋ากางเกงทรงหลวมสีครีม วันนี้เธอใส่เสื้อเชิ้ตขาว เรียบกว่าคืนศุกร์ ยกเว้นตุ้มหูมุกเม็ดเล็กที่ยังอยู่

เขาไม่เดินเข้ามา คนเริ่มแน่นกว่านั้น

จอเล็กข้างเวทีติดโลโก้ที่เธอไม่เคยเห็นในอาคารนี้ อักษรบาง สีเข้ม

อัครเดช โฮลดิ้งส์

หัวหน้าฝ่ายบุคคลยืนขึ้น เสียงสั่นนิดตรงคำว่าเรียนทุกท่าน

"เมื่อวันศุกร์ การซื้อกิจการลูมิน่า บิวตี้เสร็จสมบูรณ์ ตั้งแต่วันนี้เราอยู่ในเครืออัครเดช โฮลดิ้งส์ และซีอีโอคนใหม่จะมากล่าวกับพนักงานด้วยตนเอง"

ประตูหลังห้องเปิด

คนหันพร้อมกัน ใบเตยหันช้ากว่าหนึ่งจังหวะ เพราะขากำลังไม่ยอมฟัง

ผู้ชายที่เดินเข้ามาสูง เสื้อสูทชาร์โคลทับเสื้อดำไม่ผูกเนคไท ผมดำสั้นเซ็ตไปด้านข้างเพียงนิด

กรอบแว่นทองบางรับแสงเช้า

ไฝเล็กที่โหนกแก้มขวาชัดเมื่อเขาเดินผ่านกระจกที่ฝ้าไม่หมด

ภีม

ในหูเธอมีเสียงประตูห้องหนึ่งปลดล็อกเมื่อคืนศุกร์ ดังซ้ำโดยไม่มีใครในห้องนี้ได้ยิน

เขาไม่มองหาเธอ

หรือมอง แล้วผ่านไปเหมือนเธอเป็นพนักงานคนหนึ่ง ซึ่งเลวร้ายพอๆ กัน

ผู้หญิงผมดำรวบสูงเดินตามหลังเขาเข้ามา ยืนห่างครึ่งก้าว ไม่ทักใคร

หัวหน้าฝ่ายบุคคลบอกสั้นๆ ว่าคุณญาดาเป็นเลขานุการผู้บริหาร แล้วไม่ขยายความ

ใบเตยได้ยินชื่อนั้นผ่านหู สายตาเธอไม่ยอมไปไหนจากชายที่เพิ่งขึ้นยืนกลางเวที

กวินยืนห่างซีอีโอคนใหม่หนึ่งช่วงแขน ยิ้มสุภาพกลับมาติดหน้าอีกครั้ง เป็นรอยที่ใช้กับบอร์ด ไม่ใช่รอยที่ส่งให้คู่หมั้น

คู่หมั้นเก่า เธอแก้ในใจ แล้วกลืนคำนั้น

ภีมรับไมค์โดยไม่ปรับท่าให้ดูเป็นกันเอง

"ผมภีม อัครเดช" เสียงต่ำ ตรง ไม่ยิ้ม "การซื้อขายจบตั้งแต่วันศุกร์ วันนี้ผมมาบอกตรงๆ ว่าบริษัทนี้จะไม่เดินด้วยข่าวลือ"

"โครงสร้างและการทำงานจะชี้แจงเป็นลำดับ ใครมีคำถามเรื่องงาน ให้ถามเรื่องงาน"

ไม่มีคำปลอบ ไม่มีคำว่าครอบครัวองค์กร

มีคนยกมือถามเรื่องโบนัส เขาตอบสั้นว่าตัวเลขอยู่กับฝ่ายการเงิน และจะไม่สัญญาสิ่งที่ยังไม่ตรวจ

นิ้วเขาระบุไปทางกวินเพียงนิด โดยไม่ให้เกียรติเกินจำเป็น

กวินพยักหน้าเหมือนผู้ร่วมทีมที่ดี

ใบเตยยืนนิ่งจนปลายเท้าชา

ชื่อที่เธอห้ามตัวเองไม่ให้พูดซ้ำในวันหยุด กำลังถูกประกาศเป็นนามสกุลต่อหน้าทั้งบริษัท

ไม่มีนามสกุล เป็นกติกาของเธอ

เขาเพิ่งทำลายมันด้วยประโยคแนะนำตัว และไม่มีใครในห้องรู้ว่านั่นคือการทำลาย

คำถามจบเร็ว เพราะไม่มีใครกล้าถามยาวกับคนที่ไม่ยิ้ม

ภีมส่งไมค์คืน แล้วกวาดสายตาผ่านห้องหนึ่งรอบ ผ่านเธอไปในจังหวะเดียวกับที่ผ่านคนอื่น

"วันนี้เท่านี้" เขาบอก "กลับไปทำงานได้"

ห้องขยับจะแตกแถว

"คุณใบเตย ฝ่ายการตลาด อยู่คุยกับผมก่อน"

ชื่อเต็มกับตำแหน่งดังในกระจกฝ้า จนคนหลายคนหันมาหาเธอ

แพรวอยู่แถวหลังใกล้ประตู แว่นกลมเบิกกว้าง ใบเตยส่ายหัวเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพื่อนสนิทเม้มปาก แล้วเดินออกไปกับคนอื่น ไม่ทัก

กวินไม่เดินออกทันที

เขามองเธอ แล้วมองชายบนเวที สีหน้าสุภาพแตกเป็นรอยงงครึ่งวินาที ก่อนจะหลบไปทางประตูโดยไม่ต้องถูกสั่งเป็นคำ

คนไหลออกจนเสียงส้นรองเท้าจางลงสุดทางเดิน

ประตูห้องประชุมถูกปิดจากด้านใน

เหลือสองคน แดดเช้าตกบนโต๊ะกระจกยาว เมืองสาทรอยู่นอกผนังเป็นภาพเบลอ

ในหัวเธอมีทางออกหนึ่งทางที่บางจนน่าสมเพช

ซีอีโอคนใหม่ย่อมมีรายชื่อพนักงาน ทั้งบริษัทรู้ว่าเธอชื่อใบเตย อยู่การตลาด เขาไม่จำเป็นต้องเป็นคนจากห้องนั้น

ภีมไม่ได้เดินเข้ามาใกล้กว่าที่ระยะประชุมจะอนุญาต เขายืนฝั่งตรงข้ามโต๊ะ มือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทช้าๆ

ไข่มุกเล็กสะท้อนไฟก่อนเธอจะยอมเข้าใจว่ามันคือของเธอ

เขาวางกิ๊บมุกลงบนกระจก แล้วเลื่อนมันมาหยุดตรงหน้าเธอ

ใบเตยยืนมองสิ่งนั้นจนได้ยินเลือดในหู ขาไม่ยอมถอย

"คุณลืมของไว้ที่ห้อง 2104"

แชทกับตัวละคร

คุยตัวต่อตัวกับคนในนิยาย แล้วลองล้วงความลับที่เรื่องยังไม่ได้บอก